ประเทศไทยที่ป่าวประกาศอวดอ้างยกย่องว่าเป็น ‘เมืองพุทธ’ ดินแดนแห่งธรรม แต่พฤติกรรมผู้คนส่วนหนึ่งกลับสวนความพยายามเรื่องนี้ชนิดสวรรค์กับนรกที่ไม่อาจรวมกันเป็นหนึ่งได้ คดีปล้น-ฆ่า-ข่มขืน เกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน
ไม่เพียงฝ่ายฆราวาส แวดวงสงฆ์ก็มีข่าวฉาวไม่เคยว่างเว้น
เพียงกุมภาพันธ์แห่งมาฆบูชา ไม่นับรวมคดี ‘เจ้าคุณแจ๊ค’ ถูกดำเนินคดีโกงเงินทอนวัดกลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ
พระสงฆ์องค์เจ้าและสามเณรน้อยก็พร้อมใจกันสร้างความแปดเปื้อนเมืองพุทธแห่งนี้

จับสึกรวด 4 พระเมาที่ปทุมฯ
เริ่มที่จังหวัดใหญ่ติดชายแดนแม่น้ำโขง อุบลราชธานี นายศุภภิมิตร เปาริก รองผวจ.อุบลราชธานี พร้อมพระครูสารกิจโกศล เจ้าคณะอำเภอเมืองอุบลราชธานี และนางเพลินพิศ น้อยคนดี จาก พศ.อุบลราชธานี รุดไปพบพระครูประโชติกิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดนิคมกิตติยาราม ต.ไร่น้อย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา
หลังมีคลิปฉาวกลุ่มโล้นห่มเหลือง ตั้งวงกระดกสุราทั้งยังเสพสังวาสกันอย่างโจ๋งครึ่มเผยแพร่โนโลกโซเชี่ยล พร้อมคำบรรยายคลิปว่าเป็นการตั้งวงกินเหล้าฉลองวันเกิด และบรรเทาอาการอกหักจากเรื่องถูกสามเณรบอกเลิก
สร้างความสะเทือนใจชาวพุทธ ชนิดแค่เห็นก็ขนลุกขนพองทำใจรับไม่ได้
หลังเรียกพระทั้งวัดมาสอบสวน พบว่าเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยพระ-เณรที่เสพสังวาสกันถูกจับสึกไปหลังเกิดเรื่อง เหลือเพียงสามเณรที่ร่วมวงก๊งยังอยู่ที่วัดจึงถูกจับสึกทั้งหมด
นอกจากนั้นยังมีพระอีก 2 รูปที่ร่วมก่อเหตุย้ายไปจำพรรษาที่อื่น พศ.อุบลราชธานีจะเร่งสืบหาที่อยู่ตามไปจับสึกให้พ้นวงการสงฆ์

หลักฐานคามือ
เหตุที่สองขยับไปที่บ้านทุ่งลุยลาย ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดังนำคลิปภาพพระสงฆ์ 2 รูปที่ขับรถเก๋งก่อนลงจากรถด้วยอาการคล้ายคนเมาสุราไปหาเรื่องชาวบ้าน สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก
นางวิมลพรรณ พงษ์ภา ผอ.กลุ่มอำนวยการและกิจการคณะสงฆ์ สำนักพุทธศาสนา จ.ชัยภูมิ เผยว่า ตรวจสอบแล้วพบว่าพระที่ก่อเหตุจำวัดอยู่ในพื้นที่ จ.อุดรธานี เดินทางมาหาเพื่อนที่บ้านทุ่งลุยลาย มีการดื่มเหล้าและทำตัวไม่เหมาะสม เมากร่าง
ตำรวจได้ควบคุมตัวไว้ขณะก่อเหตุส่งเจ้าคณะอำเภอทำการสึกแล้วตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. ก่อนส่งตัวกลับไปยัง จ.อุดรธานี เรียบร้อยแล้ว
นางวิมลพรรณยืนยันว่า พระภิกษุสงฆ์ทำตัวไม่เหมะสมในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ แต่ละปีมีน้อยมาก ในปีนี้ก่อนหน้านี้ได้มีการสึกพระเมาเหล้ามาแล้วรูปหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองชัยภูมิ
พร้อมฝากชาวพุทธศาสนาให้ช่วยเป็นหูเป็นตาด้วย พบเห็น พระภิกษุที่ทำตัวไม่เหมาะสม แจ้งได้ที่ 0-4405-6375 หรือแจ้งผ่านเฟซบุ๊ก สนว.พระพุทธศาสนา หรือสายตรง ผอ.กลุ่มอำนวยการและกิจการคณะสงฆ์ สำนักพุทธศาสนา จ.ชัยภูมิ สำนักพระพุทธศาสนา จ.ชัยภูมิ 08-1066-4426

พระอุดรฯไปเมากร่างถึงชัยภูมิ
ก่อนหน้านั้น 1 วัน เมื่อ 22 ก.พ. นายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี สั่งการให้ว่าที่ร้อยตรีพิชญะ เพียราช ปลัดฝ่ายความมั่นคง นายเดชา ละรีย์ นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมพระครูมงคลกิจจารักษ์ จิตตกาโร เจ้าอาวาสวัดมงคลพุการาม (เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง) และตำรวจ สภ.คลองห้า
ตรวจสอบพระสงฆ์ขับรถเก๋งแต่งซิ่งออกบิณฑบาตในหมู่บ้าน แห่งหนึ่ง ต.คลองหนึ่ง หลังจากมีประชาชนถ่ายคลิปวิดีโอและลงในโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งมีประชาชนมองว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสม
จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณที่ดินมีป่าหญ้าที่ของเอกชน ริมถนนบางขันธ์-หนองเสือ ม.5 ต.คลองเจ็ด พบมีพระสงฆ์อยู่รวมกัน 7 รูป ปลูกกระต๊อบอยู่ 3-4 หลัง
รอบกระต๊อบหลังหนึ่งเกลื่อนไปด้วยขวดเหล้าขาวและขวดเบียร์จำนวนมาก มีพระสงฆ์ 4 รูปนอนรวมกันอยู่ มีอาการมึนเมาสุรา
เบื้องต้นตรวจสอบพระทั้งหมด พบมีใบสุทธิบัตรถูกต้อง
พระศราวุธบอกว่าอยู่ตรงนี้มานานและก็ดื่มเหล้าจริง ส่วนพระมนูญบอกว่าตนเองเป็นพระที่อยู่ในรถจริงและได้ออกไปบิณฑบาตตามตลาดเพราะมีญาติโยมใส่ปัจจัยวันหนึ่ง 200-500 บาท
พระครูมงคลกิจจารักษ์จึงได้นำพระสงฆ์ทั้งหมด 7 รูป มาให้ พระมหาสมพงษ์ กนตธมโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปัญญานันทาราม (เจ้าคณะตำบลคลองหก) สอบสวน ซึ่งได้ลงความเห็นว่าทำการสึกพระสงฆ์ที่มั่วสุมดื่มสุราทั้งหมด 4 รูป
ส่วนอีก 3 รูป มีคำสั่งไม่ให้อยู่ในพื้นที่อีกต่อไป ให้กลับไปที่วัดของตนเองที่เคยจำวัดอยู่
นี่แค่เพียง 2 วัน กับ 3 เหตุ ใน 3 จังหวัด หรือจะยังไม่เพียงพอให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงแครอตต้องหันกลับมาสังคายนาใหญ่กันสักที
พงษ์สันต์ เตชะเสน, มัฆวาน วรรณกุล
นพรัตน์ คุ้มศรี, วสันต์ ทิพย์ประโภชน์
เรื่อง/ภาพ