“ไม่คิดว่าคนร้ายจะกล้ายิงผู้หญิงได้ลงคอ ลูกฉันอายุยังน้อย อนาคต อีกไกล ฉันรับไม่ได้ ไม่ต้องให้มือปืนมาขอขมาศพ เพราะไม่มีวันให้อภัย 100 เปอร์เซ็นต์” นางขวัญจิต ชัยศรี อายุ 54 ปี แม่ผู้สูญเสียกล่าวภายหลังทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายที่ฆ่าลูกสาวตนเองได้อย่างรวดเร็ว
เรื่องราวสลดเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 15 มี.ค. 2565 เมื่อร.ต.อ.สักกะพงษ์ ผลเกิด รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณริมถนนสายหนองกี่-ดอนอะราง ต.หนองกี่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ยุทธนา ไตรทิพย์ ผกก.สภ.หนองกี่ อ.หนองกี่ พร้อม พ.ต.ท.เกษมสันต์ พูนทอง รอง ผกก. (สืบสวน) เจ้าหน้าที่ สายตรวจ ชุดสืบสวนและหน่วยกู้ภัยเกาะ 12 จุด อ.หนองกี่

ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บสาหัสชื่อ น.ส. กฤติญา หรือเค้ก กระชับกลาง อายุ 19 ปี ชาว ต.หนองบุญมาก อ.หนองบุญมาก จ.นครราช สีมา สภาพมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนที่ศีรษะระหว่างคิ้ว จำนวน 1 นัด เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือนำส่งร.พ. หนองกี่ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในที่เกิดเหตุยังพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียน ยข-6289 ชลบุรี บริเวณท้ายกระบะพบรองเท้า 1 คู่ มีคราบเลือดไหลนองพื้นกระบะ
จากการสอบถาม นายธนกฤต ศรีสังข์ อายุ 26 ปี คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ตนกับเพื่อนรวม 5 คน ขับรถจาก อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา มาเที่ยวงานกินไก่วันสุดท้าย ที่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ขากลับเวลาประมาณเที่ยงคืนแวะกินข้าวที่ร้านอาหารกึ่งผับชื่อ ‘อาปา’ ถนนสายหนองกี่-ดอนอะราง เขต อ.หนองกี่ หลังกินข้าวต้มเสร็จ ผู้ตายกับสามีขอไปนั่งท้ายกระบะ บอกว่าจะนั่งรับลม
นายธนกฤตกล่าวต่อว่า ขับรถออกจากร้านได้ไม่นาน ได้มีวัยรุ่น 5 คน ขับรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน โดยขับปาดหน้าบังคับให้จอด หนึ่งในวัยรุ่นทั้ง 5 คน ได้บอกให้ตนลดกระจกลง “ถ้าไม่ลดกูจะยิง” เมื่อลดกระจกลง วัยรุ่นคนนั้นได้ชกเข้าที่ปากตน 1 ครั้ง เห็นท่าไม่ดีจึงบึ่งรถออก เพราะไม่อยากมีเรื่อง จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด มาทราบว่ายิงถูกเพื่อนเสียชีวิต ยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก และไม่ได้มีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นในงาน เพราะเพิ่งกลับจากที่ทำงานที่จ.ชลบุรี มาได้ 2 วัน
ด้าน นายอธิวัฒน์ หมายด่านกลาง อายุ 25 ปี สามีของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า แต่งงานกับภรรยามาได้ 1 ปี ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน เพราะสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด พอมีเพื่อนมาชวนไปเที่ยวงาน กินไก่ที่อ.หนองกี่ ซึ่งเป็นเขตติดต่อกันกับ อ.หนองบุญมาก จึงมาด้วย ช่วงเกิดเหตุตนกับภรรยาซึ่งนั่งอยู่ท้ายรถด้วยการเอาหลังพิงกับกระบะ หันหน้าไปทางท้ายรถ เห็นกลุ่มวัยรุ่นขับมาประกบ จากนั้นได้ยินเสียงบังคับให้ลดกระจก แล้วชกคนขับ

“พอรถเคลื่อนออกไป เห็นใบหน้าคนร้ายชัดเจน ยกปืนขึ้นมาส่อง พยายามจะกดหัวภรรยาลงแต่ไม่ทัน กระสุนโดนแสกหน้าภรรยา ล้มลง จากนั้นได้รีบเอาภรรยาไปส่งโรงพยาบาลหนองกี่ แต่ก็เสียชีวิตแล้ว ยืนยันไม่เคยรู้จักไม่เคยเห็นหน้ามือปืนมาก่อน” นายอธิวัฒน์ให้การ
นายสุชาติ ชัยศรี พ่อผู้ตายเผยว่า ลูกเป็นเด็กนิสัยดี ขยันทำงานช่วยพ่อแม่ และได้แต่งงานกับคนในหมู่บ้านได้ 1 ปี ไม่ค่อยได้ไปไหน แต่เมื่อวานได้ออกไปเที่ยวกับสามีและเพื่อนสามี แม้ตนจะไม่อยากให้ไป เพราะรู้ว่ามีข่าวทะเลาะกันทุกปี กลัวจะโดนลูกหลง แต่ลูกบอกไปกับสามี คงไม่เกิดเรื่องขึ้น จนเกิดเหตุดังกล่าว
หลังสอบปากคำตำรวจตั้งสมมติฐานว่าคดีนี้หากไม่มีเรื่อง เขม่นกันในงานกินไก่ก็ต้องที่ร้านอาหาร ซึ่งก็เป็นจริงเพราะเมื่อ ไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางย้อนกลับไปก็พบว่ากลุ่มคนร้ายขี่จยย.ตามรถกระบะของกลุ่มผู้ตายออกมาจากร้านอาหาร ก่อนนำมาสู่การปิดคดีได้ชนิดไม่ทันข้ามวัน
บ่ายวันเดียวกันพ.ต.อ.ยุทธนา พร้อมกำลังนำตัวนายนิวัฒน์ หรือวัฒน์ ทุยหล้า อายุ 32 ปี ชาว ต.ทุ่งกระตาดพัฒนา อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ อาชีพการ์ด ร้านอาหาร ‘อาปา’ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายหลังนำตัวมาสอบสวนจนรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถกระบะจนถูกหญิงสาวผู้ตาย
ส่วนสาเหตุเพราะไม่พอใจที่รถกระบะที่ผู้ตายนั่งมาเบิ้ลเครื่องใส่แล้วยังพยายามเบียดจยย.ของตนและรถเพื่อน จึงขับไล่กวดตาม เมื่อคนขับเปิดกระจกลง จึงชกไปที่หน้า 1 ครั้ง อีกฝ่ายพยายาม ขับหนี แล้วรถมาเบียดจยย.ตนอีก จึงใช้ปืนยิงใส่ โดยไม่รู้ว่าโดน คนตาย หลังก่อเหตุจึงเอาปืนไปซ่อนไว้กับเพื่อน ก่อนกลับมาหลับ ที่บ้าน จนโดนจับกุมในที่สุด
หลังสอบสวนตำรวจตั้งข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพ.ร.บ.อาวุธปืน” สำหรับนายนิวัฒน์เพิ่งพ้นโทษในคดียาเสพติด มาได้ประมาณ 5 เดือน ก่อนจะมาสมัครงานที่ร้านอาปา จนมาก่อเหตุขึ้นดังกล่าว
ขณะที่นางขวัญจิต ชัยศรี อายุ 54 ปี แม่ของน้องเค้ก ที่ถูกยิง บอกว่า “ไม่คิดว่าคนยิงจะกล้ายิงผู้หญิงได้ลงคอ ลูกสาวอายุยังน้อย ยังมีอนาคตอีกไกล ถึงเวลานี้รับไม่ได้ และไม่ต้องการให้มือปืนมา ขอขมาศพ และจะไม่ให้อภัย 100 เปอร์เซ็นต์”
เรืองรุจ วังแจ่ม
สุรชัย พิรักษา เรื่อง/ภาพ