สุทิน มารยา
มโนธรรม ใจหาญ
เรื่อง/ภาพ
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขในวันขึ้นปีใหม่ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุเลวร้ายขึ้น แม้แต่นางอาภรณ์ เนียมเกตุ ก็คงไม่คาดคิดว่าปีใหม่ที่เพิ่งจะผ่านมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงจะกลายเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต เมื่อต้องมาสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รักไปตลอดกาล
ย้อนกลับไปเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 1 ม.ค. พ.ต.ท.จรัญ แนบเพชร สว.(สอบสวน) สภ.เขาพนม จ.กระบี่ รับแจ้งเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 34 ม.3 ต.โคกหาร อ.เขาพนม จ.กระบี่ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมพ.ต.อ. สมเด็จ สุขการ ผกก.สภ.เขาพนม เจ้าหน้าที่สายตรวจชุดสืบสวน แพทย์โรงพยาบาลลำทับ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชาลำทับ
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบเป็นบ้านปูนชั้นเดียวปลูกอยู่ริมถนนใหญ่ เบื้องต้นภายในห้องนอนพบกองเลือดจำนวนมากกองอยู่บนพื้นหน้าห้องและข้างเตียงนอน ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 ม.ม. 1 ปลอก หัวกระสุน 1 หัว และพบซองปืนอยู่บนตู้เย็น เจ้าหน้าที่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนผู้บาดเจ็บญาติๆ ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลลำทับไปก่อนหน้าที่ตำรวจจะไปถึง สอบสวนทราบชื่อคือน.ส.อภิสร หรือน้องหมิว บุญแก้ว อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 195 ม.3 ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ จ.กระบี่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ลำคอด้านขวาทะลุด้านซ้าย อาการสาหัส แพทย์ได้ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่ ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ตำรวจสอบสวนญาติๆ ให้การว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือนายอดิศร หรือ แกร่ง น้ำรอบ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 195 ม.3 ต.โคกหาร อ.เขาพนม จ.กระบี่ ซึ่งเป็นสามีของน้องหมิวนั่นเอง
น้องหมิวอยู่กินกับนายอดิศรที่บ้านพักหลังดังกล่าวได้ประมาณ 6 เดือน ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกัน จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ญาติที่อยู่ฝั่งตรงข้ามรีบวิ่งเข้ามาดูพบว่าน้องหมิวถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลลำทับ
ส่วนนายอดิศรหลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปพร้อมกับอาวุธปืน
น.ส.สุริยา บุญแก้ว น้าสาวของน้องหมิวกล่าวว่า รู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้องหมิวเป็นคนที่มีนิสัยดี เข้ากับเพื่อนได้ง่าย และเป็นที่รักของพี่ ป้า น้า อา เป็นเสาหลักของครอบครัว รู้จักรับผิดชอบทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ดูแลปู่ ย่า และลูกที่เกิดจากสามีเก่าอีก 2 คน
แม้ว่าจะไปมีสามีใหม่ก็ไม่ทิ้งครอบครัวทางบ้าน ไม่คิดว่าจะมา จบชีวิตกับสามีใหม่ของตัวเอง นับเป็นความสูญเสียที่ยากจะรับได้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ขณะที่นายวิโรจน์ สองทอง ตาเขยของน้องหมิวกล่าวว่า ตนเลี้ยงดูหลานสาวคนนี้มาตั้งแต่เล็ก เนื่องจากพ่อแม่เขาแยกทางกันจึงมี ความสนิทกันมาก น้องหมิวก็เป็นคนที่จะไม่เอาความทุกข์ใจมาเล่า ให้ญาติมีน้องฟัง มีแต่เรื่องดีๆ ล่าสุดก็ได้ชวนตนให้ไปทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ระหว่างการต่อเติม แต่กลับมาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทราบว่าทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยครั้งเนื่องจากความหึงหวงซึ่งกันและกัน ขณะที่ผู้ตายก็เป็นคนหน้าตาดีและเคยมีสามีมาก่อน ส่วนไอ้แกร่งเลิกกับภรรยาคนเก่าได้ประมาณ 1 ปี

จนกระทั่งวันเกิดเหตุมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง เรื่องที่จะไปเที่ยวงานปีใหม่ที่ไหนแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ไอ้แกร่งจึงใช้อาวุธปืนจ่อยิงผู้ตายก่อนหลบหนี ทั้งนี้ ไอ้แกร่งมีประวัติโชกโชน ถูกจับกุมคดียาเสพติดและคดีอาวุธปืนมาแล้ว 5 ครั้ง
ล่าสุดเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาก็ถูกจับกุมคดียาเสพติด และอยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดีในชั้นศาล พ.ต.อ.สมเด็จสั่งการให้ เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายศาลจับกุมตัว ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” พร้อมชุดสืบสวนเร่งติดตามล่าตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว เบื้องต้นคาดยังหลบหนีไปไม่ไกล
ภายหลังถูกกดดันหนักไอ้แกร่งก็ให้ญาติพาดอดเข้ามอบตัวที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เมื่อกลางดึกวันที่ 4 ม.ค. โดยให้การกับตำรวจอ้างว่าถูกเมียเอาปืนจ่อ เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่อยู่บ้านวันส่งท้ายปีเก่า จึงเข้าแย่งก่อนปืนลั่นใส่เมียดับ จึงต้องหลบหนีโดยนำปืนทิ้งบ่อปลาหลังบ้าน

“ผมไม่ได้มีเจตนาฆ่าเมียตัวเองในคืนวันเกิดเหตุ ผมกับหมิว ทะเลาะกันรุนแรง เนื่อง จากในคืนส่งท้ายปีเก่าวันที่ 31 ม.ค.60 เขาขอให้ผมอยู่ฉลองที่บ้าน แต่ผมกลับไปบ้านอดีตภรรยา พอกลับมาช่วงบ่ายวันที่ 1 ม.ค.ก็เกิดมีปากเสียงกันรุนแรง จากนั้นเขาหยิบปืนที่อยู่ใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ในห้องนอนขึ้นมาขู่ โดยหันปากกระบอกปืนมาที่ผม ผมจึงตรงเข้าไปแย่งปืนแต่ปืนเกิดลั่นใส่คอเขาจนบาดเจ็บสาหัส ด้วยความตกใจกลัวผมเลยรีบหลบหนี โดยนำอาวุธปืนขนาด .45 ไปทิ้งที่บ่อปลาหลังบ้าน หลังตั้งสติได้จึงติดต่อญาติเข้ามอบตัวสู้คดี” ไอ้แกร่งให้การ ก่อนพาตำรวจไปงมปืนของกลางจนพบ
จะอ้างเช่นไรก็ต้องมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์รองรับ ไม่เช่นนั้นคงยากที่จะทำให้ศาลเชื่อได้