อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล
เรื่อง/ภาพ
การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับใคร ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบในการรวบรวมพยานหลักฐาน บางคดีก็ทำได้อย่างรวดเร็ว แต่หลายครั้งที่ล่าช้าไม่ทันใจญาติๆ เหยื่อ จนพานคิดไปว่าตำรวจเข้าข้างผู้ต้องหาบ้าง รับเงินมาล้มคดีบ้าง
สื่อมวลชนจึงมีหน้าที่เกาะติดข้อมูลข่าวสาร นำเสนอความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างตรงไปตรงมา ถือได้ว่าเป็นการการันตีในชั้นต้น ทุกฝ่ายจะได้รับความยุติธรรมเสมอกัน

เช่นกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ม.ค. เมื่อ นายธีระพงศ์ นพแก้ว อายุ 30 ปี อาชีพขายของออนไลน์ในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เดินทางเข้าร้องเรียนให้สื่อมวลชนช่วยติดตามความคืบหน้าคดีหลานสาวชื่อ น.ส.ปนัดดา ณรงค์มี หรือ “น้องฟอยด์” อายุ 17 ปี ถูกฆาตกรรมด้วยการโดนค้อนปอนด์ทุบศีรษะเสียชีวิตอย่างทารุณ ภายในบ้านพักของแฟนหนุ่ม ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา
นายธีระพงศ์ เปิดเผยว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุได้รับแจ้งจากตำรวจสภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี ว่า หลานสาวถูกฆาตกรรมเสียชีวิต จึงรุดไปที่เกิดเหตุซึ่งห่างจากบ้านพัก 500 เมตร แต่พบว่าช่วงนั้นไม่มีสื่อมวลชนมาติดตามเพื่อนำเสนอข่าวซึ่งเป็นที่ผิดปกติ โดยทราบว่าทางเจ้าหน้าที่แจ้งไว้ว่าเป็น ว.5 หมายความถึงเป็นความลับ จึงรู้สึกสงสัยว่าเหตุการณ์ฆาตกรรมทารุณลักษณะนี้ทำไมจึงมีการปิดข่าว
เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุก็นำตัวคนในบ้านจำนวน 3 คนไปสอบปากคำ คือ แฟนของผู้ตาย พี่ชายและพี่สะใภ้ของแฟนผู้ตาย พร้อมตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน เป็นค้อนปอนด์ขนาดเล็ก 1 อัน โดยหลังจากสอบปากคำทั้งหมดทาง เจ้าหน้าที่ก็ปล่อยตัวทั้ง 3 คนกลับบ้านไป จากนั้นจึงนำใบบันทึกประจำวันออกมาให้กับญาติผู้ตายดู มีเนื้อหาระบุว่าได้แจ้งข้อกล่าวหากับแฟนหนุ่มอายุ 18 ปี โดยกล่าวหาว่า “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา”
แต่แฟนหนุ่มให้การภาคเสธ อ้างว่าทำลงไปเพราะเข้าใจผิดว่า ผู้ตายเป็นคนร้ายที่จะเข้ามาลักทรัพย์สินยามวิกาลในบ้าน เนื่องจากจำ ผู้ตายไม่ได้ เพราะผู้ตายสวมเสื้อคลุมใบหน้าไว้จนมิดชิด ก่อนจะก่อเหตุใช้ค้อนปอนด์ทุบที่ศีรษะผู้ตายจำนวน 4 ครั้ง ถึงแก่ความตาย จึงไม่เข้าใจว่า ด้วยเหตุการณ์ฆาตกรรมที่ใหญ่ขนาดนี้ ทำไมเจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยไปอย่างง่ายดาย ที่สำคัญ 1 ใน 3 คนก็มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วงด้วย อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่แจ้งรายละเอียดด้านคดีให้กับญาติมากนัก

นายธีระพงศ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้หลังผ่านเวลาไปไม่นาน ญาติและเพื่อนผู้ตายได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับมีผู้ต้องสงสัยบางคนมีการแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวว่า “พวกกู ทำใครมีปันวะ” จึงรู้สึกไม่สบายใจ และเกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า จึงเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรมจากสังคมและนายตำรวจระดับสูงช่วยเร่งรัดคดีให้ด้วย
การร้องเรียนของญาติๆ ทำให้คดีของน้องฟอยด์ไม่เป็น ว.5 อีกต่อไป เพราะมันกลายเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆ ทั่วประเทศ ทำเอา พ.ต.อ.จิระวุฒิ ตัณฑศรี ผกก.สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี ต้องรีบออกมาชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนและความคืบหน้าของคดีก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายใหญ่โต
พ.ต.อ.จิระวุฒิ เปิดเผยกับสื่อมวลชนทุกแขนงที่แห่กันไปสัมภาษณ์ว่า เรื่องดังกล่าวนั้น สำหรับ นายณัฐพล หรือ ฮอล ทองมีมา อายุ 18 ปี พี่ชายแฟนหนุ่มของผู้ตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งนายณัฐพลยอมรับว่าใช้ค้อนทุบจริง สาเหตุมาจากมีปากเสียงกับผู้ตาย ก่อนลงมือใช้ค้อนทุบจนเสียชีวิต แล้วลากไปไว้ในห้อง ก่อนเอาเชือกฟางมัดมือเท้าเพื่ออำพรางว่าเป็นขโมย
ส่วนตัว นายฮาท (นามสมมติ) อายุ 16 ปี น้องชายที่เป็นแฟนกับผู้ตาย และ น.ส.ทิพ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี แฟนสาวของนายณัฐพลผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ด้วยในช่วงเกิดเหตุจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งอาจมีส่วนร่วมในการซ่อนเร้นศพ ก็ต้องสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา แต่ในเบื้องต้นก็ได้ดำเนินคดีมีสารเสพติดในร่างกาย รวมทั้งได้ส่งปัสสาวะไปตรวจที่ศูนย์วิทยาการแพทย์ ร.พ.ชลบุรี เพื่อยืนยันผลปัสสาวะจึงจะสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้
เนื่องจากทั้งคู่ยังเป็นเยาวชนผิดกับผู้ใหญ่ที่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้เลย โดย พ.ต.ท.วินัย โห้เหรียญ เจ้าของคดี ก็ได้นำตัวนายณัฐพลฝากขังที่เรือนจำพิเศษพัทยาแล้ว ส่วนอีก 2 คนนั้นก็ต้องสอบสวนร่วมกับ เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพก่อนจะดำเนินการตามกฎหมาย
“เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องพิจารณาให้รอบคอบในการดำเนินการ ขอให้ทางครอบครัวเข้าใจด้วยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายบ้านเมืองแน่นอน” ผกก.สภ.หนองปรือ กล่าวยืนยันหนักแน่น
เมื่อทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาก็ย่อมสามารถชี้แจง เคลียร์ได้ทุกประเด็น