สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย
เรื่อง/ภาพ
ปัญหาการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์มีเพิ่มสูงขึ้นมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครเอง ซึ่งเป็นความรับ ผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)
ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ไม่นิ่งนอนใจ สั่งการให้หาทางแก้ไขปัญหาเนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ทาง บช.น.จึงได้มีการนำโครงการประกาศสืบจับตาม “ปฏิทินหมายจับ The Most Wanted 2018 by ศปจร.น.” ขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง

ถือเป็นครั้งที่ 2 ภายหลังจากที่มีการดำเนินการในครั้งแรกนั้น โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นสมัย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. นั่งอยู่ในตำแหน่ง รองผบช.น. เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้มากกว่า 200 หมายจับ
พล.ต.ท.ชาญเทพ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผอ.ศปจร.น.) จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ฐานะหน.ศปจร.น. จึงทำโครงการดังกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง
โดยได้รับการสนับสนุนจาก นายวาสิต ล่ำซำ ประธานคณะกรรมการประกันภัยรถยนต์ สมาคมประกันวินาศภัยไทย พร้อมด้วย นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการสมาคมประกันวินาศภัยไทย ร่วมทำบันทึก ข้อตกลง มอบเงินจำนวน 1,400,000 บาท เพื่อเป็นรางวัลให้กับประชาชนเป็นผู้แจ้งเบาะแสจับกุมคนร้าย

พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักคือ ป้องกันและลดคดีอาชญากรรมประเภทการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตลอดจนพัฒนาความมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่
เพื่อป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดหลบหนีจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม หมายจับดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์มีทั้งหมด 600 หมายจับ จึงได้มีการคัดเลือกหมายจับที่มีความสำคัญจำนวน 60 หมายจับ เน้นเฉพาะพวกที่ก่อเหตุซ้ำซากยากต่อการจับกุมในพื้นที่ทั่วประเทศ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสเพื่อดำเนินการจับกุม
ตั้งแต่ตนเป็นรองผบช.น. ได้มีการดำเนินการดังกล่าว ทาง พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ ได้ มีการนำกลับมาใช้ใหม่ ถือว่าการโจรกรรมรถยนต์เป็นปัญหาสังคมกว่าพี่น้องประชาชนจะได้รถมาสักหนึ่งคันถือเป็นเรื่องยาก สร้างความเสียหายต่อความรู้สึกและเสียหายต่อ ด้านเศรษฐกิจ
โดยทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้สนับสนุนเงินรางวัลประมาณ 1,400,000 บาท ให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสเมื่อสามารถจับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวกับการโจรกรรมรถยนต์รายสำคัญ ตามประกาศสืบจับ จำนวน 60 ราย จากหมายจับกว่า 600 หมายจับโดยแบ่งตามระดับความรุนแรงของการกระทำความผิด ออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ผู้กระทำความผิดที่มีลักษณะเป็นรูปแบบองค์กรหรือขบวนการ เงินรางวัลรายละ 50,000 บาท จำนวน 10 ราย รองลงมากลุ่มที่ 2 ผู้กระทำความผิดที่มีอัตราโทษสูงและเป็นที่ต้องการ ตัวเงินรางวัลรายละ 30,000 บาท จำนวน 20 ราย และกลุ่มที่ 3 ผู้กระทำความผิดก่อเหตุซ้ำซากโดยมีการใช้องค์ความรู้เฉพาะด้าน เงินรางวัลรายละ 15,000 บาท จำนวน 30 ราย
บช.น.จะดำเนินการติดประกาศ สืบจับดังกล่าวไปทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอความร่วมมือจากภาคประชาชนเพื่อช่วยสอดส่องดูแลและแจ้งเบาะแสผู้ต้องหาดังกล่าว หากพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสและขอรับเงินรางวัลได้ที่ ศปจร.น. ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.2561 ถึง วันที่ 31 ก.ย.2561
ด้านนายวาสิตกล่าวว่า แต่ละมีปีมีรถหายประมาณ 2,000 คัน นอกจากนั้นยังมีรถที่กระทำความผิดอีกเป็นจำนวนมาก ทางสมาคมมีส่วนร่วมในการป้องปรามกลุ่มที่มีโอกาสหาช่องทางในการกระทำผิดลดลงได้ เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีศักยภาพในการดำเนินการดังกล่าวอยู่ เราอยากทำให้เกิดการดำเนินการดังกล่าวอย่างจริงจังโดยให้ประชาชนมีการแจ้งเบาะแสเข้ามาทำให้การจับกุมมีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ด้าน พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวเสริมว่า หมายจับที่คัดเลือกมา ได้พิจารณาแล้วว่าจะสามารถหยุดยั้งขบวนการหรือกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในลักษณะเป็นองค์กรได้มากที่สุด เนื่องจากแต่ละคนที่มานั้นเป็นหัวโจกของเครือข่ายต่างๆ เมื่อจับหัวโจกได้ก็จะหยุดยั้งเครือข่ายในการโจรกรรมรถได้

“ยกตัวอย่างกรณี 10 หมายจับเงินรางวัลสูงสุด อาจจะมากกว่า 10 เครือข่ายก็เป็นไปได้ เนื่องจากไม่ได้ออกมาเป็นลักษณะเชิงสำรวจ ประชากรคนไทยชุมชนนี้มีคนก่อเหตุกี่ราย แต่ขณะนี้ที่มีข้อมูล กลุ่มนี้ต้องการมากที่สุด ถ้าหยุดยั้งกลุ่มนี้ได้ก็จะหยุดยั้งกลุ่มอื่นได้ด้วย ส่วนที่เหลือกลุ่ม 2 หรือ กลุ่ม 3 ก็เป็นที่ต้องการตัวและกลุ่มทำซ้ำซากโดยกลุ่มซ้ำซากส่วนใหญ่จะทำเรื่องเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์” รองผบช.น. กล่าว
ท้ายที่สุด พล.ต.ท.ชาญเทพ ยืนยันว่า จะทำให้โครงการ “ปฏิทินหมายจับ The Most Wanted 2018 by ศปจร.น.” ให้ประสบความสำเร็จเพื่อพี่น้องประชาชน สมดังที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. ต้องการที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากคนร้ายที่ก่อเหตุอาชญากรรมรูปแบบหนึ่ง