สดจากสนามข่าว

สมภพ สนเวส / เกษม ชนาธินาถ – เรื่อง/ภาพ

เงินทองผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร เมื่อต่างฝ่ายตกลงกันไม่ได้ ก็มีช่องทางกฎหมายให้ฟ้องร้อง นำเรื่องราวข้อขัดแย้งขึ้นต่อสู้กันในศาล ให้ศาลท่านเป็นคนกลางชี้ขาดเป็นที่ยุติ แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลือกใช้ความรุนแรง นอกจากปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว ยังนำมาซึ่งความสูญเสียด้วยกันทั้งสองฝ่าย

เช่นเหตุการณ์เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ตรีเนตร นันทกรพิทักษ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ ภายในบริษัท เทียนทองขนส่ง จำกัด เลขที่ 59/1 ซอยนิทราสวรรณ ต.ปากน้ำ

จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมพล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก. พ.ต.อ.เลิศชาย จำปาทอง ผกก.สส. พ.ต.อ. ต่อพงษ์ ตันตระวาณิชย์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.อ.ปรีชา เอี่ยมนุ้ย ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.ธงรบ แจ้งจิต รอง ผกก.สส.

ที่เกิดเหตุเป็นตึก 3 ชั้น รั้วรอบขอบชิด และเป็นอู่รถร่วมเอกชน สาย 1141 วิ่งระหว่างปากน้ำ – ม.ราม 2 เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ บริเวณชั้น 1 พบศพนายวันชัย อรุณสินธารา อายุ 56 ปี นายท่าอู่รถดังกล่าว สภาพศพนั่งอยู่บนเก้าอี้ สวมเสื้อสีแดง ทับด้วยสูทสีขาว กางเกงขายาวสีดำ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าศีรษะ 1 นัด เลือดสาดกระจายเกลื่อน

ใกล้กันบนพื้นสำนักงานพบศพนายสิริศักดิ์ เทียนสุวรรณ อายุ 41 ปี ผจก.บริษัทเทียนทองขนส่ง และเป็นลูกชายของนายสมัคร เทียนสุวรรณ อดีตส.จ.สมุทรปราการ สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขายาว มีบาดแผล ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าศีรษะ 3 นัด

สอบสวนพยานเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือด.ต.ดำรงฤทธิ์ จิตรไทย อายุ 51 ปี ตำรวจสังกัดสน.ประเวศ หลังก่อเหตุขับรถกระบะ 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง หลบหนีไป

ขณะที่น.ส.มัลลิกา เทียนสุวรรณ อายุ 42 ปี พี่สาวผู้ตาย ให้การว่าบริษัทประกอบธุรกิจเดินรถเอกชน สายปากน้ำ – ม.ราม 2 มากว่า 40 ปี ส่วนด.ต.ดำรงฤทธิ์นำรถโดยสารเข้ามาขอร่วมธุรกิจเดินรถด้วย 20 คัน เมื่อเดือนก.ย. 2560 แต่ค้างค่าเบอร์รถที่เข้ามาร่วมสัมปทาน ซึ่งต้องจ่ายให้กับบริษัทงวดแรก 10 คัน เป็นเงิน 2.5 แสนบาท ที่ผ่านมานายสิริศักดิ์ทวงถามอยู่บ่อยครั้ง แต่ถูกบ่ายเบี่ยงมาตลอด

ก่อนเกิดเหตุตนไปที่ท่ารถย่าน ม.ราม 2 พร้อมนายสิริศักดิ์ เพื่อพูดคุยเรื่องการบริหารงานการเดินรถกับด.ต.ดำรงฤทธิ์ ร่วมพูดคุยปัญหาต่างๆ โดยยื่นข้อเสนอว่าหากไม่พร้อมทางบริษัทจะนำมาบริหารเอง หลังจากพูดคุยเบื้องต้นเสร็จ เวลา 14.00 น. จึงให้นัดกันมาที่สำนักงานบริษัท เพื่อเจรจากันอีกครั้ง ซึ่งระหว่างตกลงกันเป็นปกติดีทุกอย่าง

ต่อมาเวลา 16.30 น. ตนได้แยกกลับไปบ้านพัก เหลือเพียงด.ต.ดำรงฤทธิ์ นายสิริศักดิ์ และนายวันชัย พูดคุยกันต่อเพียง 3 คน แต่เวลาผ่านไปเพียง 1 ชั่วโมง พนักงานบริษัทก็โทรศัพท์มาแจ้งว่าเกิดเหตุสลดขึ้นแล้ว

เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเสียเวลาไปตามจับตัวให้เหนื่อย เพราะเย็นวันนั้นเอง ด.ต.ดำรงฤทธิ์ก็เดินทางไปมอบตัวที่สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมด้วยอาวุธปืนขนาด .380 ที่ใช้ก่อเหตุ

ด.ต.ดำรงฤทธิ์ให้การอ้างว่า นายสิริศักดิ์ชักชวนให้มาเข้าร่วมกิจการเดินรถโดยสาร จึงได้ชักชวนกลุ่มเพื่อนมาร่วมจนกิจการเดินรถสายดังกล่าวก้าวหน้าไปได้ด้วยดี และมีการแบ่งผลกำไรกันหลายครั้ง ต่อมานายสิริศักดิ์ต้องการทำเองคนเดียว พยายามจะกีดกันตนออกไปจากกิจการ ทำให้มีปัญหาขัดแย้งกัน

ก่อนเกิดเหตุจึงไปพบนายสิริศักดิ์ที่ทำการบริษัทเพื่อเจรจาพูดคุยกัน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงใช้อาวุธปืนพกสั้นที่พกติดตัวมายิงนายสิริศักดิ์และนายวันชัย ก่อนที่จะเดินทางมามอบตัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี

วันรุ่งขึ้นพ.ต.อ.ปรีชา เอี่ยมนุ้ย ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ นำตัวด.ต.ดำรงฤทธิ์มาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยด.ต.ดำรงฤทธิ์มีแววตาและสีหน้ากังวลแต่ยังพูดคุยปกติ เล่าว่า เมื่อปีที่แล้วบริษัทเทียนทองขนส่ง ซึ่งมีนายสิริศักดิ์เป็นผจก.และเป็นเจ้าของสัมปทานรถเมล์สาย 1141 มีรถไม่เพียงพอวิ่งรับส่งผู้โดยสาร จึงชักชวนตนนำทีมงานรถสองแถวกว่า 20 คันที่ตนมีอยู่เข้ามาร่วมวิ่งด้วย

ซึ่งตนก็ตกลงแต่มีข้อแม้ว่าตนขอทำสัญญาเป็นผู้ทำธุรกิจร่วมกันซึ่งขณะนั้นผู้ตายก็ตกลง ตนจึงนำรถมาร่วมวิ่งจนบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมาผู้ตายบ่ายเบี่ยงที่จะเซ็นสัญญามาตลอดถึง 3 ครั้ง อ้างต่างๆ นานาที่จะไม่เซ็นสัญญา

วันเกิดเหตุนัดพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งตนเบิกเงินสด 2.5 แสนบาทค่าร่วมสัมปทานรอเตรียมไว้ให้ผู้ตาย ก่อนเข้าไปเจรจาเรื่องสัญญาและเรื่องคนคุมวินรถที่ ม.ราม 2 เนื่องจากทีมงานของตนไม่ชอบนายวันชัย ที่เป็นนายท่า อยากให้ตนเข้าไปคุมแทน เจรจานานหลายชั่วโมงก็ไม่เป็นผล ฝ่ายผู้ตายยืนยันว่าจะดูแลสัมปทานเพียงผู้เดียว

“สุดท้ายเลยเกิดถกเถียงกันขึ้น และมีคำพูดหลุดว่า ป๋าสั่งมาแล้วว่ายังไงก็ต้องได้ ซึ่งเป็นคำพูดที่ผมรับไม่ได้ บวกกับถูกกดดันที่ถูกเอาเปรียบ ผมคิดว่าถึงจ่ายเงินไปก็ไร้ผล จึงใช้อาวุธปืนยิงทั้ง 2 คนจนตายก่อนเข้ามอบตัว” ด.ต.ดำรงฤทธิ์กล่าว

ขณะที่พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ด.ต.ดำรงฤทธิ์และให้ออกราชการเอาไว้ก่อนด้วย

สุดท้ายสัมปทานที่หวังไว้ก็ไม่ได้ ซ้ำตัวเองต้องกลายเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตาย เพราะคำพูดประโยคเดียว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน