แฟ้มคดี

ปิดฉากลงแล้วในระดับหนึ่ง

สำหรับคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท ที่พลิกผันไปมาจนคนติดตามต้องใจระทึก ต้องพลิกอารมณ์กันตลอด

ไล่ตั้งแต่การพิจารณาของสภ.เมืองกาญจนบุรี และบช.ภาค 7 ที่สรุปว่าลอตเตอรี่ เป็นของครูปรีชา ใคร่ครวญ

และจ่อแจ้งความดำเนินคดีร.ต.ท.จรูญ วิมูล คู่กรณีที่นำสลากไปขึ้นรางวัล ในข้อหายักยอกทรัพย์

แต่แล้วด้วยการไปร้องทุกข์ที่กองปราบปราม จนผบ.ตร. สั่งโอนคดีให้กองปราบฯ รับผิดชอบ

การค้นหาความจริงอีกรูปแบบหนึ่งก็เริ่มต้นขึ้น

ก่อนจะสรุปดำเนินคดีครูปรีชา และเจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าหวย ในข้อหาแจ้งความเท็จ

โดยระบุมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนว่า ครูปรีชาไม่ใช่เจ้าของสลากที่ได้รางวัล 30 ล้าน

แถมยังมีกระบวนการของตำรวจสภ.เมืองกาญจน์ ที่เข้าข่ายบิดคดี ช่วยครูปรีชา

แน่นอนว่าคดีนี้เพิ่งสรุปในชั้นพนักงานสอบสวน

ยังมีขั้นตอนในศาลยุติธรรมที่ต้องต่อสู้กันต่อ

เพื่อพิสูจน์ให้ได้ชัดเจนว่าใครของจริง ใครของเก๊

บิ๊กแป๊ะแถลงสรุปหวย

วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นประธานแถลงผลสรุปคดีหวย 30 ล้านบาท ตามที่ให้สัญญากับสื่อมวลชนไว้ โดยระบุว่า คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน เป็นคดีความระหว่างครูปรีชากับ ร.ต.ท.จรูญ เป็นทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง สังคมเกิดความสงสัยว่าใครคือเจ้าของครอบครองสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าวกันแน่ แต่ต้องขอสงวนบางประเด็นที่อาจจะกระทบต่อรูปคดี ตำรวจมีหน้าที่ดำเนินคดีอาญา

ซึ่งล่าสุดศาลอนุมัติหมายจับ นายปรีชา และนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ใน 3 ข้อหา คือ แจ้งความเท็จ ให้การเท็จ และกลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมตัว เพื่อดำเนินคดี

ส่วนเรื่องคดีแพ่ง คู่กรณีไปฟ้องร้องกันเอง ตำรวจไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องและไม่กล้าก้าวล่วงในส่วนตรงนั้น และไม่มีหน้าที่ไปชี้ว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริง เป็นเรื่องทางแพ่งว่าใครคือเจ้าของ ใครคือ ผู้ครอบครอง

แต่ขอยกคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 2578/2530 ว่า “เงื่อนไขการรับรางวัลที่ได้ระบุไว้หลังสลากกินแบ่งทุกฉบับว่า เงินรางวัลจะจ่ายแก่ ผู้ถือสลากฉบับที่ถูกรางวัลนำมาขอรับ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่มีไว้ แจกจ่ายเงินให้กับผู้ถือสลาก ที่แท้จริง ป้องกันการทุจริต แอบอ้าง มารับเงิน เพื่อให้มีหลักฐานในการจ่ายเงินแก่ผู้ถูกรางวัลเท่านั้น”

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งอัยการสูงสุด ชี้ขาดไม่ฟ้องคดี ว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่ใช่ทรัพย์มีทะเบียน ผู้ใดครอบครองย่อมเป็นเจ้าของ โดยไม่ต้องจัดให้มีการลงชื่อก่อนซื้อ เหมือนกู้เงินสหกรณ์หรือการเข้าพักโรงแรม จึงระบุตัวผู้ซื้อและขายจำเพาะเจาะจงได้ยาก แม้ซื้อมาแล้วก็แบ่งหรือขายให้ผู้อื่นได้ ไม่จำต้องขออนุญาตเหมือนอาวุธปืน ซึ่งทรัพย์เมื่อตกหล่นสูญหาย เจ้าของทรัพย์ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานทันที

แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าแจ้งความลงหมายเลขสลากและหมายเลขชุดสลากไว้ก่อน กลับแจ้งความในภายหลังจากที่ประกาศผลรางวัลแล้วคดีจึงมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของสลากและได้ทำสลากหายจริงหรือไม่

เมื่อไม่มีพยานอันหนักแน่นเพียงพอ ผู้ครอบครองสลาก จึงเป็นผู้มีสิทธิดีกว่า

พอเข้าใจได้แล้วว่าหวยเป็นของใครกันแน่

จับ”ครู-เจ๊”สอบกองปราบฯ

ขณะที่การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนการแถลงสรุปคดี พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. ก็ยื่นขอศาลอนุมัติหมายจับนายปรีชา และเจ๊บ้าบิ่น เมื่อศาลอนุมัติหมายจับแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯไปตามประกบนายปรีชาตั้งแต่ที่บ้าน จนไปถึงโรงเรียน เทพมงคลรังษี ก็แสดงตัวเข้าจับกุมทันที

ก่อนนำตัวไปค้นบ้านตามหมายค้นจากศาล แล้วคุมตัวเข้าสอบสวนที่กองปราบปราม เช่นเดียวกับเจ๊บ้าบิ่น ที่ถูกตำรวจประกบตั้งแต่เช้าเช่นกัน

โดยทั้งคู่ยังยืนยันชัดเจนว่าเป็นเจ้าของสลาก ตัวจริง และพร้อมพิสูจน์ในชั้นศาล และยังมีพยานอีกมากที่จะเปิดเผย

ขณะที่พล.ต.ท.ฐิติราช ระบุว่า ก่อนหน้านี้ร.ต.ท.จรูญ ไม่สามารถให้รายละเอียดอ้างอิงได้ ไม่มีพยานหลักฐานใดๆ แต่ฝ่ายครูปรีชา มีพยานหลักฐานนำให้ตำรวจ จึงเท่ากับว่าร.ต.ท.จรูญตัดโอกาสตัวเอง ไม่มีหลักฐาน พยานรองรับ

แต่เมื่อตรวจสอบคำกล่าวอ้างของนายปรีชา พบว่ามีข้อขัดแย้ง ไม่สอดคล้องกับพยาน หลักฐานทางวิทยาศาสตร์

ด้านพล.ต.ต.ไมตรี ระบุว่า ฝากถึงนายปรีชา ด้วยว่า ที่ว่ามีหลักฐานเด็ด ให้เอาออกมา ให้หมด เอามาชี้แจงในชั้นนี้เลย มีคลิป หมัดเด็ดมีไม้เด็ดอะไรงัดเอามาเลย

ทั้งนี้รายงานการสอบสวนพบว่าส่วนหนึ่งที่นำไปสู่การออกหมายจับ คือการให้การ ที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง อาทิ นายปรีชาอ้างว่าซื้อลอตเตอรี่จากเจ๊บ้าบิ่นที่ตลาดเรดซิตี้ ในวันที่ 31 ต.ค. 2560 แต่ข้อเท็จจริงพบว่านายปรีชาไปตลาดวันที่ 27 ต.ค. 60 มีหลักฐานการกดเอทีเอ็ม อีกทั้งวันที่ 31 ต.ค. พบว่านายปรีชาไม่ได้ไปที่ตลาด

ขณะที่ช่วงกลางดึกของวันที่ 1 มี.ค. ครูปรีชาได้ขอพบพล.ต.ท.ฐิติราช ซึ่งมีกระแสข่าวจะยอมรับสารภาพในคดีหวย 30 ล้าน

ขณะที่ศาลอาญาให้ประกันตัวโดยตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท

ส่วนร.ต.ท.จรูญ ก็เปิดใจว่าพอใจ กับการแถลงข่าวของตร. รู้สึกหายเหนื่อย มีกำลังใจที่จะเดินหน้า ต่อสู้คดีต่อไป เงินที่ถูกอายัดไว้นั้น หากได้ กลับคืนมาเมื่อไหร่ สิ่งแรกที่จะทำก็คือการนำไปทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร และขออโหสิกรรมให้แก่คู่กรณีตลอดจนผู้ที่มีส่วนร่วมทุกคน ให้จบสิ้นกันไปเสียที

พร้อมฝากบอกครูปรีชาหลังจากนี้ว่า “ขอให้โชคดี”

เด้งผบก.-สงสัยพัวพันคดี

นอกจากการดำเนินคดีกับทั้งสองคน ยังลุกลามไปถึงตำรวจ ที่รับผิดชอบคดี โดยเมื่อวันที่ 21 ก.พ. มีคำสั่งศปก.ตร. ที่ 10/2561 ลงนามโดยพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการแทนผบ.ตร. มีคำสั่งให้พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ศปก.ตร.โดยให้ขาดจากต้นสังกัด

เนื่องจากการสืบสวนแล้วพบว่าพล.ต.ต.สุทธิ อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงต้องสั่งให้ย้ายออกเพื่อเปิดทางให้มีการสืบสวนสอบสวน และ ไม่ให้ใช้อำนาจหน้าที่ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

โดยพล.ต.ต.สุทธิเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดี ตั้งแต่สภ.เมืองกาญจนบุรีรับเรื่องร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 1751/60 ลงวันที่ 28 พ.ย.2560 ด้วยการเรียกตัวร้อยเวรให้นำสำนวนไปให้ตรวจหลายครั้ง ทั้งที่บ้านพัก และที่ทำงาน พร้อมทั้งสั่งการด้วยวาจาให้พยานสอบสวนพยานปากต่างๆ ให้กลมกลืน

จึงมีการแก้ไขบันทึกคำให้การเดิมของนายปรีชา น.ส.รัตนาพร และน.ส.พัชริดา โดยเพิ่มข้อเท็จจริงลงในคำให้การเดิมที่สอบสวน ไว้ครั้งแรก เพื่อให้เห็นว่ามีการกล่าวถึงพยานหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนตั้งแต่สอบสวนครั้งแรก โดยแก้ไขลักษณะดังกล่าวหลายครั้ง ส่วน คำให้การเดิมได้ฉีกทิ้ง ซึ่งพล.ต.ต.สุทธิทราบกระบวนการทั้งหมดแต่ไม่ได้ทักท้วง

ต่อมาเมื่อมีคำสั่งภ.จว.กาญจนบุรี และบช.ภาค 7 แต่งตั้งพนักงานสอบสวนใหม่ แต่สำนวนก็ยังอยู่ในมือร้อยเวรคนเดิม

ซึ่งเมื่อพนักงานสอบสวนภ.จว.กาญจนบุรี มารับผิดชอบ ก็ยังมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำให้การ รวมทั้งพนักงานสอบสวนของบช.ภาค 7 ก็ทราบเรื่องด้วยเช่นกัน แต่ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ แถมยังมีพล.ต.ต. คนหนึ่งระบุว่าเมื่อทำไปแล้วเดี๋ยวหาทางแก้ไข

นอกจากนี้เมื่อกลางเดือนม.ค.2561 พนักงานสอบสวนบช.ภาค 7 มีความเห็นส่งซองพลาสติกบรรจุสลาก ที่มีลายมือเขียนราคาสลากไว้ ไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นลายมือของน.ส.พัชริดา หรือไม่

ซึ่งซองดังกล่าวร.ต.ท.จรูญนำมามอบไว้เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2560 แต่ต่อมาวันที่ 29 พ.ย.2560 พบว่าลิ้นชักโต๊ะทำงานถูกรื้อค้นและซองพลาสติกดังกล่าวหายไป

เมื่อรายงานให้ที่ประชุมรับทราบ จึงเปลี่ยนมติไม่ส่งซองพิสูจน์ และไม่มีการบันทึกการประชุมไว้เป็นหลักฐาน

อีกทั้งยังพบการเพิ่มพยานบุคคล คือนางดุษดี หรือกุ้ง ถิ่นทุ่งทอง เจ้าหน้าที่ศาล ที่อ้างว่าเห็นสลากที่มีเลขท้าย 726 แลบออกมาจากกระเป๋านายปรีชา

พฤติการณ์เชื่อมโยงทั้งหมดส่งผลต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก เพราะทำให้พยานหลักฐานของฝ่ายนายปรีชามีน้ำหนักน่าเชื่อภือ ส่งผลต่อความเห็นทางคดีของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ

และอาจส่งผลต่อการพิจารณาคดีชั้นศาลได้

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี และร.ต.ท.จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล รองสว.(สอบสวน)สภ.เมืองกาญจนบุรี ไปปฏิบัติหน้าที่ที่กองปราบปราม โดยขาดจากต้น สังกัดเดิม

เป็นพยานปากเอกที่คลี่คลายทุกอย่าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน