ชูโรจน์ ตรีประภากร-เรื่อง/ภาพ
คนที่รู้จักมักคุ้นกับ พ.ต.ท.ดุลยธนู หมื่นพรม สารวัตรสืบสวน (สว.สส.) สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ แทบไม่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มที่ มีอนาคตไกล จะมีพฤติกรรมเข้าไป ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเสียเอง จนจับพร้อมลูกสมุน ยึดของกลางยาบ้าเกือบ 6 หมื่นเม็ด
ย้อนไปเมื่อบ่ายวันที่ 15 มี.ค. พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานนโยบายและแผนการข่าว กอ.รมน.จว.มุกดาหาร พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.กอ.รมน.จว.มุกดาหาร พ.ต.ท.พัฒนา คาดพันโน รอง ผกก.สส.รรท.ผกก.สภ.คำชะอี และ พ.ต.ท.สุพัฒน์ กองศรี สว.สส. ร.ต.อ.เอกพงษ์ จำปา รอง สว. สส.สภ.คำชะอี พร้อมพวก

ร่วมกันจับกุมนายชุมพล นกถาวร อายุ 37 ปี ชาว จ.กระบี่ นายอนุเชาว์ ตาลรุ่ง อายุ 23 ปี นายกวีรัตน์ โชติบุญ อายุ 44 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ และ พ.ต.ท.ดุลยธนู หมื่นพรม อายุ 39 ปี ชาว จ.ขอนแก่น สว.สส.สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์
พร้อมของกลางยาบ้า 59,750 เม็ด รถเก๋งมิตซูบิชิ สีเทา ทะเบียน กฉ 9414 ลพบุรี รถกระบะมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน กฉ 2040 กาฬสินธุ์ รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน ขก 3537 ขอนแก่น อาวุธปืนขนาด .38 และขนาด 9 ม.ม.
คดีนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คำชะอี สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดจะลำเลียงยาบ้าลอตใหญ่ผ่านมาในพื้นที่ จึงนำกำลังตั้งด่านตรวจตามเส้นทางหลัก ขณะเดียวกันร.ต.อ. เอกพงษ์ ก็นำชุดสืบสวนดักซุ่มตามเส้นทางสายรอง ที่สามารถใช้ผ่านจังหวัดมุกดาหารได้
กระทั่งพบรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทันและรถเก๋งมิตซูบิชิขับผ่านมา แต่เมื่อเรียกขอตรวจค้นรถยนต์ทั้ง 2 คัน คนขับกลับรีบเร่งเครื่องหลบหนี แต่สุดท้ายก็ถูกสกัดจับได้บนถนนทางขึ้นอ่างเก็บน้ำห้วยมุก หมู่ 1 ต.น้ำเที่ยง อ.คำชะอี ตรวจค้นรถเก๋งพบยาบ้ารวม 59,750 เม็ด
สอบสวนนายกวีรัตน์และนายอนุเชาว์ ที่อยู่ในรถกระบะ อ้างว่ารับยาบ้ามาจากริมฝั่งแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร โดยนำยาบ้าทั้งหมดใส่ในรถเก๋งที่นายชุมพลเป็นคนขับ โดยทั้งหมดใช้เส้นทางจาก จ.มุกดาหาร มาถึง อ.คำชะอี โดยมีรถกระบะคอยเคลียร์เส้นทาง กระทั่งพบตำรวจจราจร สภ.คำชะอี ตั้งด่านตรวจบนถนนสายหลัก จึงแจ้งกลับไปยังนายชุมพลที่ขับรถเก๋งขนยาบ้าตามมาให้ออกนอกเส้นทาง โดยใช้เครื่องจีพีเอส นำทาง สุดท้ายถูกชุดสืบสวน สภ.คำชะอี ที่สกัดอยู่อีกเส้นทางหนึ่งจับกุมได้

ทั้ง 3 คนรับอีกว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตำรวจนายหนึ่ง ตำรวจให้ผู้ต้องหาติดต่อ พ.ต.ท.ดุลยธนูทางแอพพลิเคชั่นไลน์ นัดให้มารับของที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.เขตคำชะอี เมื่อถึงเวลานัด พ.ต.ท. ดุลยธนูขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูน เนอร์มาพบกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน จึงถูกจับกุม
ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย” ส่วน พ.ต.ท.ดุลยธนูแจ้งเพิ่มข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยพ.ต.ท.ดุลยธนูยังยืนกรานปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งฝากขังที่ศาลมุกดาหาร พร้อมคัดค้านการประกันตัว ก่อนที่ทั้งหมดจะถูกส่งเข้าเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร
หลังเกิดเหตุพล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จ.กาฬสินธุ์ รุดมาสอบถามข้อมูลก่อนมีคำสั่งให้ดำเนินการทางวินัยกับพ.ต.ท.ดุลยธนู และให้ออกจากราชการไว้ก่อนด้วย
ผู้การกาฬสินธุ์เผยว่า พ.ต.ท.ดุลยธนูปฏิบัติงานในตำแหน่งสารวัตรสืบสวนอย่างดีมาตลอด และเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน อีกทั้งไม่มีปัญหาเรื่องเงิน ซึ่งการกระทำครั้งนี้เป็นที่น่าเสียดายอนาคต เบื้องต้นสั่งการให้ตำรวจ สภ.กุฉินารายณ์ เร่งขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการเครือข่ายยาเสพติดทั้งหมด เพราะเชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่านี้

ล่าสุดวันที่ 19 มี.ค. นายสมศักดิ์ ยุทธโอภาส ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า เนื่องจากมีหนึ่งในผู้ต้องหาเป็นตำรวจเมื่อถูกจับเข้ามาอยู่ในเรือนจำ ซึ่งเป็นที่รวมคนร้ายทุกประเภท อาจจะมีคนร้ายที่เคยถูกตนเองจับกุมที่ต้องขังอยู่ในเรือนจำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลในเรื่องของความเป็นอยู่โดยเน้นไปที่ความปลอดภัย
ตั้งแต่เรื่องการหลับนอนให้มีผู้ช่วยเหลือดูแลในห้องที่แยกต่างหาก ไม่ได้นอนรวมกับผู้ต้องขังส่วนใหญ่ การเข้า-ออกห้องจะมีคนคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง การอาบน้ำจะต้องแยกไปอาบก่อนไม่ให้อาบรวมในกลุ่มใหญ่ รับประทานอาหารก็ให้แยกต่างหาก
สำหรับกฎระเบียบของเรือนจำก็ให้ถามผู้ต้องขังพี่เลี้ยงที่อยู่ก่อน ขอให้ทำตามกฎระเบียบ ถ้าไม่ไปฝืนก็อยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน การเยี่ยมญาติก็ให้เยี่ยมตามปกติ และการขอพบทนายก็พบได้ตามสิทธิ์ “เรือนจำไม่ได้บีบรัดอะไรที่ทำให้เขาหนักใจในการใช้ชีวิตในนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือซึ่งเป็นผู้ต้องขังชั้นเยี่ยมผลัดเปลี่ยนกัน 6 คน ช่วยกันดูแล และกำชับไม่ให้บุคคลอื่นเข้ามาวุ่นวายในบริเวณที่ีกำหนดไว้” นายสมศักดิ์กล่าว
สำหรับประวัติของ พ.ต.ท.ดุลยธนู อายุ 39 ปี จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 59 เคยเป็นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด สวป.สภ.นาหว้า จ.นครพนม และ สว.สส.สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ชีวิตราชการวนเวียนอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานมาโดยตลอด
ขณะที่ผลการสอบสวนทางคดีจะออกมาเช่นไรคงต้องรอดูกันไป