มัฆวาน วรรณกุล – ชาญพงศ์ บุญอุทิศ – เรื่อง/ภาพ

วิถีชีวิตคนต่างจังหวัดของไทย ผูกพันอยู่กับพระสงฆ์องค์เจ้า รวมทั้งความเชื่อเรื่องภูตผีสิ่งเร้นลับ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมื่อมีพระภิกษุมาทักว่ากำลังถูกไสยศาสตร์มนต์ดำทำร้าย ชาวบ้านจึงตกเป็นเหยื่อโดยง่าย

ย้อนไปเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา นายขาน เชิดจอหอ อายุ 48 ปี และนางดวงจิต คณาเขว้า อายุ 38 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้าน ต.เก่าย่าดี อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยญาติพากันเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพ.ต.ท.คม คุ้มโนนคร้อ รอง ผกก.สอบสวน สภ. แก้งคร้อ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบกรณีมีพระสงฆ์ต่างถิ่น ทำพิธีไล่คุณไสยจนบุตรสาวเสียชีวิต

นายขานเล่าว่า เมื่อประมาณวันที่ 25 มี.ค. ตนและครอบครัวพาบุตรสาวไปทำธุระแถวๆบริเวณวัดท่าเว่อ ที่เป็นวัดร้างไม่เคยมีพระสงฆ์มาอาศัยอยู่นานนับปี แต่ไปพบกับพระสงฆ์ 3 รูป และฆราวาสอีก 3-4 คน ที่เป็นพระต่างถิ่นเพิ่งมาอาศัยอยู่ในวัดร้างดังกล่าว จึงสอบถามทั้งหมดบอกว่ามาขออาศัยจำวัดชั่วคราวอีกไม่กี่วันจะเดินธุดงค์ไปต่อ

“แต่จู่ๆ หนึ่งในพระเดินเข้ามาทักว่าบุตรสาวของตนเองชื่อ น.ส.สุพัก เชิด จอหอ อายุ 18 ปี โดนคุณไสยมนต์ดำมา และถ้าอยากหายต้องกินน้ำมนต์ 2 ถังน้ำ หรือขนาดเต็ม 2 บาตรพระ ตนเองก็ตกใจเนื่องจากพระสงฆ์ทักมาเช่นนั้น แม้นบุตรสาวจะเหมือนคนปกติดี ทุกอย่าง”

เมื่อพูดคุยกันกับกลุ่มพระสงฆ์ทั้ง 3 รูปดังกล่าวที่มาด้วยกัน สักระยะหนึ่งตนก็เลยยอมให้ลูกเข้าทำพิธี ด้วยการให้กินน้ำมนต์จากพระดังกล่าว

พระสงฆ์รูปดังกล่าวได้กล่าวย้ำว่า ถ้าอยากหายต้องกินน้ำมนต์ที่อยู่ในบาตรพระให้หมดทั้ง 2 ใบ เมื่อพระสงฆ์ใช้แก้วตักน้ำมนต์มาให้ลูกสาวกินเพียงแค่แก้วแรกก็อาเจียนออกมา แต่พระสงฆ์ดังกล่าวก็ยังบอกว่าคุณไสยยังออกไม่หมดต้องให้กินต่ออีก

“ทุกแก้วที่ดื่มเข้าไปลูกสาวก็อาเจียนออกมาทุกครั้ง ผมเห็นอาการลูกสาวไม่ดีจึงบอกให้หยุดดื่ม แต่จู่ๆ ลูกสาวผม ก็เกิดชักดิ้นชักงอมือเท้าเกร็ง จึงเรียกชาวบ้านมาช่วยนำตัวส่งอนามัยใกล้บ้าน ก่อนถูกส่งตัวต่อไปยัง ร.พ.ประจำอำเภอแก้งคร้อ และร.พ.ประจำจังหวัดชัยภูมิ แต่ก็สิ้นใจในเวลาต่อมา ซึ่งทางแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจากอาการชักรุนแรงจนน็อกทำให้สมองขาดออกซิเจนฉับพลัน” นายขานเล่า เสียงเศร้า

หลังจากนั้นจึงได้นำศพลูกสาวมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน และพยายามติดต่อไปทางกลุ่มพระสงฆ์รูปดังกล่าว แต่พบว่าหนีไปหมดแล้ว

ภายหลังเข้าแจ้งความจนเป็นข่าว ปรากฏว่านายขานถูกกลุ่มคนไปข่มขู่ให้ถอนแจ้งความ จนเจ้าตัวตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ให้พาเข้าร้องเรียนพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ให้ช่วยสะสางคดีและให้ความคุ้มครอง

กระทั่ง 10.00 น. วันที่ 6 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ก็แถลงข่าวการจับกุมตัว 4 ใน 5 ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ คือ 1. น.ส.กรรณิการ์ ไม้สังข์ อายุ 37 ปี 2. พระบุญปัน บุญโนนเต้ อายุ 66 ปี 3. น.ส.บุญหลาย จันทร์ลา อายุ 36 ปี และ 4. นายมงคล ใยแก้ว อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดแก้งคร้อ ในข้อหา “กระทําโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย”

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า นอกจาก ทั้ง 4 รายนี้แล้ว ยังเหลือเพียง พระโอภาส ศรีสง่า อายุ 43 ปี หัวหน้าขบวนการทำพิธีที่กำลังหลบหนี ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 ก็ยอมรับสารภาพว่าได้อยู่ด้วยในขณะที่ทำพิธี บางคนมีหน้าที่จับตัวน.ส.สุพัก อีกคนมีหน้าที่เอาน้ำมนต์กรอกปาก

จากนั้นได้ให้มารดาน.ส.สุพักชี้ตัวเพื่อยืนยันตัวผู้กระทําผิด โดยผู้ต้องหาได้ยกมือขอโทษบิดาและมารดาของผู้เสียชีวิต ขณะที่มารดาของหญิงสาว 18 ปีได้ร้องไห้ตลอดเวลา

ทั้งนี้เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 5 เม.ย. พ.ต.ท.วิญญู พื้นหินลาด สว. (สอบสวน) สภ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ได้รับการติดต่อว่าจะนำตัวผู้ถูกกล่าวหา และลูกศิษย์รวม 5 ราย โดยมี พระภิกษุโอภาส ศรีสง่า อายุ 43 ปีด้วย มามอบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลานัดหมายพระภิกษุโอภาสไม่ได้มามอบตัวด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิเสธว่าไม่ได้กรอกน้ำมนต์แต่ผู้ตายเป็นคนดื่มเอง พร้อมทั้งขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเคยทำพิธีสะเดาะเคราะห์ที่ จ.เลย ส่วนค่ายกครู 400 บาท ยืนยันว่าไม่ได้บังคับเรียกแต่เป็นการจ่ายให้ตามจิตศรัทธา

ตำรวจคุมตัวทั้ง 4 รายส่งฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว ด้วยเกรงว่าจะมาข่มขู่พยาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน