แฟ้มคดี
เป็นอีก 1 อุทาหรณ์ ที่การใช้อารมณ์จนขาดสติ นำมาซึ่งความเสียหายที่ไม่สามารถเยียวยาได้
สำหรับกรณีดาราพิธีกรหนุ่ม น็อต อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล ที่โมโหจากการถูกชนท้ายรถเก๋งหรูคันงาม จนระงับอารมณ์ตัวเองไม่อยู่
ปรี่เข้าไปกระชากคอคู่กรณี ก่อนประเคนหมัดเข้าใส่
พร้อมลั่นวลีเด็ด “กราบรถกู” จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ
แถมยังเข้าข่ายหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เห็นคุณค่าของสิ่งของมากกว่าศักดิ์ศรีคน
จนถูกสังคมกระหน่ำจนแทบไม่มีที่ยืน บริษัทต้นสังกัดก็บอกเลิกสัญญา
ถือเป็นความเสียหายที่ยากจะเรียกคืนกลับมา
รุมถล่ม”น็อต กราบรถกู”
หลังคลิปฉาวถูกเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์ จนกระทั่งรู้ตัวว่า หนุ่มหน้าตาดี เจ้าของรถมินิคันทรีแมน สีเหลือง ก็คือ น็อต อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล ดาราวัยรุ่น พิธีกรรายการทีวี ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา
โดยเคลียร์กับคู่กรณีเรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายตกลงว่าจะไม่ให้เป็นคดีความ และจะดูแลค่าเสียหายทุกอย่าง
แต่หลังจากที่หนุ่มน็อต เข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมทนายความ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคู่กรณีในข้อหาทำลายทรัพย์สิน
ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจยาวเหยียด กระแสที่ควรจะซาลงด้วยความเห็นใจ กลับโหมกระหน่ำขึ้นมาอีกครั้ง
เพราะแม้จะยกมือไหว้ขอโทษจากการกระทำของตน แต่ก็ยังยืนยันว่าสิ่งที่ทำไปก็เพื่อปกป้องทรัพย์สิน รถยนต์ ที่เปรียบเสมือนความฝันของตนเอง
โดยระบุว่าวันเกิดเหตุจะไปงานแต่งงานเพื่อน แต่กลับมาถูกชนท้ายแล้วพยายามหลบหนี จึงจอดรถลงมา เมื่อเห็นคู่กรณี ซึ่งก็คือ นายกิตติศักดิ์ สิงโต อายุ 25 ปี วนรถกลับมา ก็เข้าใจว่าเหตุการณ์ไม่ดี จึงตัดสินใจวิ่งไปหา ช่วงแรกคู่กรณีไม่ยอมลงจากรถ จึงคิดว่าต้องทำอะไรก็ได้ให้ลงมา ไม่เช่นนั้นจะต้องรับผิดชอบคนเดียว
ซึ่งหลังจากที่ตนเจอครอบครัวนายกิตติศักดิ์ ก็ขอโทษ พร้อมบอกว่าจะดูแลค่ารักษาพยาบาลได้ในกรณีที่จ่ายไม่ไหว แต่คงไม่ได้ดูแลทั้งหมด เพราะบ้านตนไม่ได้มีตังค์ ผมต้องทำงานตั้งแต่เด็กเพื่อเก็บเงินซื้อความฝัน
“ยืนยันว่าไม่ได้หนี เพราะไม่มีความจำเป็น รับผิดชอบทั้งหมดที่ช่วยได้ ดังนั้นขออย่าตัดสินผมด้วยคลิป 1 นาทีครึ่งเลย”
ส่วนที่ต้องให้คู่กรณีกราบรถ น็อตระบุว่า “เขาขอโทษแล้ว แต่นาทีนั้นความฝันผม ไม่รู้รถผมเป็นขนาดไหน ไม่รู้หรอกว่าเขามีมีด มีปืนหรือเปล่า ไม่ขอโทษผมไม่เป็นไร แต่ขอโทษรถผมก็ได้ ผมไม่มีเวลาประดิษฐ์คำพูด จะให้บอกว่าคุณช่วยเคารพรถผมอย่างสุภาพบุรุษเหรอ ผมไม่มีเวลาคิดขนาดนั้น อยากได้อะไรก็บอกไปตามนั้น”
ซึ่งหลังจากถ้อยคำชี้แจงของน็อตออกไป แทนที่จะได้รับความเห็นใจ กลับตกอยู่ในสภาพตรงกันข้าม
เมื่อโลกออนไลน์รุมกระหน่ำคอมเมนต์ รวมถึง ศิลปินดาราโพสต์ภาพ และข้อความในเชิงเสียดสีและตักเตือนกันอย่างมากมาย อาทิ โน้ต เชิญยิ้ม, บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม, แทค-ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม, เบนซ์ เรซซิ่ง, ซัน-ประชากร ปิยะสกุลแก้ว, แนท-เกศริน ชัยเฉลิมพล, ต้น-ชานนท์ สมฤทธิ์, โอ๊ต-สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์, กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล, ค่อม ชวนชื่น, จาตุรงค์ พลบูรณ์, แบงค์-ปรีตี บารมีอนันต์, ตั๊ก-มยุรา เศวตศิลา ฯลฯ
ถูกกระหน่ำจนแทบไม่มีที่ยืน
ต้นสังกัดเลิกสัญญาทันที
ไม่เพียงแค่นั้นต้นสังกัด คือบริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด ออกหนังสือยกเลิกสัญญา โดยระบุว่า จากเหตุการณ์การเผยแพร่คลิปพฤติกรรม ไม่เหมาะสมของ “น็อต-อัครณัฐ” ผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมานั้น บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด ในฐานะต้นสังกัดรู้สึกเสียใจกับการกระทำดังกล่าวเป็นอย่างยิ่งและเห็นถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากฐานะการเป็นพิธีกรและนักแสดง ซึ่งควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชน
บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจกับกรณีที่เกิดขึ้น โดยพิจารณาถึงบทลงโทษ เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างไม่ดีแก่เยาวชนและสังคม โดยมีข้อสรุปว่าบริษัทยกเลิกสัญญาการเป็นพิธีกรและนักแสดงในสังกัดของบริษัท และขอยุติการทำงานทุกประเภทของ “น็อต-อัครณัฐ” โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ขณะที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งน็อตเป็นพิธีกรอยู่ คือรายการ “Thailand Science Challenge” รวมถึงการแสดงละครโทรทัศน์อยู่อีก 1 เรื่องคือ “ก๊วนสืบหลังเลิกเรียน” ก็ประกาศระงับการออกอากาศผลงานทั้งหมดของน็อตด้วย
ส่วนนายอำนาจ หมัดสดาย ประธานคณะกรรมการสมัชชา นักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท) เปิดเผยว่า คณะกรรมการมีมติจะเรียกคืนรางวัลคนไทยตัวอย่างประจำปี 2559 คืน เนื่องจากน็อตแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมและเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมไทย
หมดอนาคตในวงการบันเทิงไปเลยทีเดียว
ย้อนนาทีต้นเหตุคลิปฉาว
สำหรับเหตุการณ์อื้อฉาวครั้งนี้ปรากฏเป็นที่รับรู้ของสังคมเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยตลอดทั้งวันมีการแชร์คลิปวิดีโอ บันทึกภาพเหตุการณ์หลังจากอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกัน โดยมีชายหนุ่มหน้าตาดี ที่เป็นคนขับรถมินิคูเปอร์ คันทรีแมน สีเหลือง ที่ถูกชนท้าย ไม่พอใจคนที่ขี่จักรยานยนต์ ที่เป็นคนชน เดินไปกระชากคอเสื้อมาที่รถ พร้อมตะคอกคำถามตลอดว่า “หนีทำไม”
พร้อมชกและตบเข้าไปที่ใบหน้าคู่กรณีอย่างรุนแรงหลายครั้ง ก่อนที่จะลากคอหนุ่มที่ขี่จักรยานยนต์ไปที่รถหรูของตัวเอง
แล้วตะคอกเสียงดังฟังชัดว่า “กราบรถกู” !!?
โดยร.ต.ท.อนวัช อินทอง รองสว.จร.สน.ยานนาวา ที่เป็นพื้นที่เกิดเหตุ ก็เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 4 พ.ย. ที่ปากซอยเจริญกรุง 44 ใกล้โรบินสัน บางรัก กทม.
เมื่อมาตรวจที่เกิดเหตุก็พบรถมินิคูเปอร์ สีเหลือง ทะเบีน ญย 8585 กรุงเทพมหานคร จอดริมถนนฝั่งมุ่งหน้าไปทางโรบินสัน มีนายอัครณัฐ เป็นคนขับ ส่วนคู่กรณีเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 ทะเบียน 1 กด 8816 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม มีนายกิตติศักดิ์ เป็นผู้ขี่ โดยนายกิตติศักดิ์ มีบาดแผลบริเวณใบหน้า
จึงเชิญทั้งคู่ไปที่สน.ยานนาวา โดยนายกิตติศักดิ์ ให้การว่าถูกแท็กซี่ชนท้ายจนเสียหลักไปชนกับรถมินิฯ แล้วคิดจะหลบหนี แต่ไปสักพัก ก็คิดว่าคงหนีไม่พ้น จึงวนรถกลับมายังจุดเกิดเหตุ ก็ถูกนายอัครณัฐ ข้ามถนนมากระชากคอเสื้อแล้วลากไปต่อยถึง 7 หมัด จนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเลิดสิน
ทั้งคู่ไม่ประสงค์จะเป็นคดี แต่สุดท้ายเมื่อคลิปว่อนออกไป ทุกอย่างก็บานปลาย
ตร.เดินหน้าดำเนินคดีทั้งคู่
หลังจากสังคมวิพากษ์หนัก พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกตร. ออกมาแถลงว่า ผบ.ตร.กำชับตำรวจสน.ยานนาวาให้ดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน เพราะหลังจากที่ผบ.ตร.เห็นคลิปแล้วรับไม่ได้ เพราะแทนที่จะเป็นคดีจราจรปกติ กลับเกิดการทำร้ายร่างกายกัน อีกทั้งยังเป็นทำร้ายฝ่ายเดียวอีกด้วย
โดยตำรวจดำเนินคดี 2 ส่วน คือคดีเฉี่ยวชน และคดีทำร้ายร่างกาย ซึ่งหากผลตรวจร่างกายพบว่าบาดเจ็บสาหัส จะแจ้งข้อหามาตรา 297 ต้องระหว่างโทษจำคุก 6 เดือน – 10 ปี
ทั้งนี้พ.ต.ท.ทวีป สุทธิ รองผกก .(สอบสวน) สน.ยานนาวา เปิดเผยว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหาดาราหนุ่ม ฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย และแจ้งข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ ต้องระหว่างโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
เช่นเดียวกับนายวิทวัส ศรีบัณฑิตมงคล อายุ 29 ปี อาจารย์โรงเรียนดังแห่งหนึ่ง เพื่อนของน็อต ก็ถูกตั้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายและข่มขืนใจผู้อื่น
ซึ่งเจ้าตัวก็ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ส่วนนายกิตติศักดิ์ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ตามที่นาย อัครณัฐเข้าแจ้งความไว้
ขณะที่อาการบาดเจ็บนั้นพบว่านายกิตติศักดิ์ มีอาการสันจมูกแตก ต้องเข้าผ่าตัดที่โรงพยาบาลเลิดสิน ต้องใช้เวลารักษาประมาณ 1 เดือน และใส่เฝือกที่ค้ำภายในจมูกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และต้องระวังไม่ให้แผลเกิดติดเชื้อ
ด้านน.ส.สุธิรา หงส์ทอง แม่ของนายกิตติศักดิ์ เผยว่า ยอมรับว่าวันเกิดเหตุมีการตกลงกันเรียบร้อยว่าต่างคนต่างรับผิด แต่เพิ่งทราบว่ามีการบันทึกคลิปวิดีโอขณะเจรจาไว้ด้วย ตอนแรกก็ไม่คิดเอาความเพราะ ยังไม่เห็นคลิป อีกทั้งนายอัครณัฐ ก็ยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาล แต่ต่อมา กลับติดต่อไม่ได้ เมื่อติดต่อได้ก็บอกว่าช่วยเหลือได้เพียงบางส่วน เพราะตัวเองก็มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ
“จนเมื่อมาเห็นคลิป ก็ทนไม่ได้เมื่อเห็นลูกชายถูกทำร้ายขนาดนั้น เจอกันตอนแรกทำตัวเหมือนเทพบุตร แต่ในคลิปกลับเป็นปีศาจร้าย จึงขอยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด”
ว่ากันตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

