ผ่าปฏิบัติการปิดจ๊อบหลงจู๊ ค้น40จุด-รวบ‘นิว ลพบุรี’ ยึดทรัพย์บ้าน-รถ-100ล้าน

ผ่าปฏิบัติการปิดจ๊อบหลงจู๊

ค้น40จุด-รวบ‘นิว ลพบุรี’

ยึดทรัพย์บ้าน-รถ-100ล้าน

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ผ่าปฏิบัติการปิดจ๊อบหลงจู๊ – ขบวนการค้ายาเสพติดมีตัวตายตัวแทนเสมอ ทลายไปได้แก๊งหนึ่ง ไม่นานก็จะมีคนใหม่ขึ้นมาแทน เช่น แก๊งแฝดทมิฬที่เพิ่งถูกปิดตำนานไปเพียงไม่นาน ชื่อของ ‘นิว ลพบุรี’ ก็ผงาดขึ้นมาแทนที่ ไล่เรียงกันไปมาก็เป็นคนในแก๊งเก่าที่เลื่อนขั้นขึ้นมานั่นเอง

ผ่าปฏิบัติการปิดจ๊อบหลงจู๊
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. สอบผู้ต้องหา

เช้ามืดวันที่ 24 ก.ค. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปราม ยาเสพติด (ผบช.ปส.) พร้อมด้วย พล.ต.ต. พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 และพ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง บช.ปส.3 นำกำลังชุดสยบไพรี เปิดปฏิบัติการยุทธการสยบไพรี 62/18 “ปิดจ๊อบ หลงจู๊” โดยการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 40 เป้าหมาย

ผ่าปฏิบัติการปิดจ๊อบหลงจู๊
โดนรวบคาเตียง

โดยแยกเป็นพื้นที่จังหวัดสระบุรี 23 จุด จังหวัดลพบุรี 7 จุด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3 จุด จังหวัดนนทบุรี 1 จุด จังหวัดปทุมธานี 1 จุด กรุงเทพมหานคร 3 จุด จังหวัดชัยภูมิ 1 จุด และจังหวัดนครราชสีมา 1 จุดเพื่อจับกุมผู้ต้องหาสำคัญจำนวน 3 คนและตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

เป้าหมายสำคัญอยู่ที่บ้านเลขที่ 272/79 หมู่บ้านสิรัญญา ต.ถนนใหญ่ อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยชุดปฏิบัติการบุกเข้าจับกุม นายศุภชัย หรือ นิว แก้วชัย หรือ นิว ลพบุรี หัวโจกค้ายาคนสำคัญที่เลื่อนชั้นขึ้นมาแทนนายชัยวุฒิ หรือ “แม็ก คิสเนอร์” และ นายศราวุฒิ ธารีรักษ์ หรือ “มิกซ์ คิสเนอร์” หรือ ศุภชัย ธารีรักษ์ 2 พี่น้องแก๊งแฝดทมิฬ

ผ่าปฏิบัติการปิดจ๊อบหลงจู๊
นาทีบุกบ้านนิว ลพบุรี

11.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. เดินทางมาร่วมสอบปากคำนายศุภชัย ก่อนเผยว่า แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ ไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด โดยทำธุรกิจขายรถมือสอง แต่จากข้อมูลพยานหลักฐานด้านการเงินที่เชื่อมโยงกับนายพงศกร ศรีสรวง หรือโต้ง เครือข่ายแฝดคิสเนอร์ ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างหลบหนีการประกันตัวในชั้นศาล โดยคอยจัดหารถที่ใช้ขนยาเสพติดให้กับเครือข่าย ซึ่งเชื่อว่าการกดดันของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำให้ผู้ต้องหาของเครือข่ายเข้ามอบตัวเพิ่มอีก

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเผยเบื้องหลังการปฏิบัติการครั้งนี้ว่า เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2556 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี จับกุม นายโอกาส หรือ ต๊อก สาลี พร้อมยาบ้าของกลาง 176,000 เม็ด ผู้ต้องหาให้การซัดทอด นายพงศกร ศรีสรวง หรือโต้ง และจากการสืบสวนขยายผลปรากฏพยานหลักฐานว่านายพงศกรและน.ส.ปรารถนา ลาระลม หรือ แต้ว ภรรยา ร่วมกับ นายศุภชัย หรือ นิว แก้วชัย เป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง

ผ่าปฏิบัติการปิดจ๊อบหลงจู๊
นายพงศกร ศรีสรวง ครั้งถูกจับเมื่อปี 61

กระทั่งเมื่อปี 2561 นายพงศกร หรือโต้ง ศรีสรวง ถูก บช.ปส.บุกตรวจค้นและจับกุมดำเนินคดีตามความผิดฐานฟอกเงิน โดยเจ้าตัวรับว่าเป็นคนทำธุรกรรมการเงินให้กับนายชัยวุฒิ หรือ “แม็ก คิสเนอร์” และ นายศราวุฒิ ธารีรักษ์ หรือ “มิกซ์ คิสเนอร์” หรือศุภชัย ธารีรักษ์ 2 พี่น้องแก๊งแฝดทมิฬ โดยปรากฏข้อมูล การสืบสวนพบว่า นายพงศกรเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคดียาเสพติดหลายคดี แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีตามพ.ร.บ.มาตรการฯ ได้

ผ่าปฏิบัติการปิดจ๊อบหลงจู๊
ตรวจสอบของกลาง

บช.ปส.จึงได้สืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการ จนในที่สุดสามารถออกหมายจับตามพ.ร.บ.มาตรการฯ และพ.ร.บ.ฟอกเงินฯ และ บช.ปส.จึงได้เปิดยุทธการสยบไพรี 62/18 เครือข่าย “ปิดจ๊อบ หลงจู๊” โดยบูรณาการกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำลายเป้าหมายและตรวจยึดทรัพย์สินของกลุ่มนักค้ายาเสพติด รายสำคัญดังกล่าว

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 เปิดเผยว่า การจับผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ได้สืบสวนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 และหลังจากคู่แฝดค้ายาเสพติดในจังหวัดสระบุรีเสียชีวิต เครือข่าย ‘นิว ลพบุรี’ ก็เข้ามาบริหารจัดการเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ลพบุรี โดยผันตัวเองขึ้นเป็นผู้จัดการเครือข่ายค้ายาเสพติด สั่งยาเสพติดโดยตรงจากภาคเหนือเข้ามากระจายในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดลพบุรี รวมถึงกรุงเทพ มหานคร และบางส่วนลงภาคใต้ โดยไม่แตะต้องตัวยาเสพติด

แต่พบเส้นทางการเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 200-300 ล้านบาท และในช่วงหลังที่ถูกกดดันอย่างหนัก ‘นิว ลพบุรี’ ได้ย้ายที่อยู่หลายแห่งเพื่อหลบหนีการจับกุม แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่บ้านหลังดังกล่าว โดยทำให้ลักษณะเหมือนเป็นบ้านร้าง ไม่มีคนอาศัยอยู่ อีกทั้งยังทำป้ายทะเบียนรถปลอมไว้ที่รถ เพื่อสับเปลี่ยนระหว่างเดินทาง หลีกเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่

ผ่าปฏิบัติการปิดจ๊อบหลงจู๊
แถลงผลปฏิบัติงาน

ขณะที่การตรวจค้น 40 จุด 8 จังหวัดในครั้งนี้ สามารถยึดรถยนต์ของกลางได้ 5 คัน และทรัพย์สินอื่นๆ ที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบจำนวนกว่า 100 ล้านบาท และยังพบว่ามีทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ซึ่งจะได้ตรวจสอบและเข้ายึดทรัพย์ไว้ตรวจสอบตามพ.ร.บ. มาตรการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป

อีกหนึ่งความพยายามในการปราบปรามยานรกที่ระบาดอยู่ทั่วเมือง

อดิศร จิตตเสวี

คมกฤช ราชเวียง

เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้สุขภาพ : โลกไม่ได้มีแค่ “มนุษย์ค้างคาว” กับ “มนุษย์ไก่โห่” พบวงจรการหลับ-ตื่นเพิ่มอีกสองแบบ
บทความถัดไปแก้ที่มา ส.ว.