ตร.หนองคายไม่ขำด้วย!!? รวบหนุ่มพิเรนทร์-อำแฟน ทำใบสั่งเก๊-ขอเงินค่าปรับ

ตร.หนองคายไม่ขำด้วย!!? รวบหนุ่มพิเรนทร์-อำแฟน 

ทำใบสั่งเก๊-ขอเงินค่าปรับ : คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ตร.หนองคายไม่ขำด้วย!!? รวบหนุ่มพิเรนทร์-อำแฟน ทำใบสั่งเก๊-ขอเงินค่าปรับ : สดจากสนามข่าว – ตํารวจจราจรกับผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะ มักเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด ฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องเข้มงวดกวดขันผู้ขับขี่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อความเป็นระเบียบในการจราจร

ที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของตัวคนขับเอง และผู้ร่วมทาง รวมถึงชาวบ้านอาจต้องถูกลูกหลงต้องบาดเจ็บล้มตายโดยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ อะไรด้วย

ส่วนฝ่ายผู้บังคับยวดยานก็มองแต่ถึงความสะดวกของตัวเอง จนละเลยความปลอดภัย เมื่อถูกจับกุมเปรียบเทียบปรับก็ออกมาคร่ำครวญว่า แค่นิดเดียวเองไม่เห็นจะต้องจับกันเลย บางรายหนักถึงขั้นต่อว่าต่อขานเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อกฎหมาย

ยิ่งยุคสมัยนี้ที่โลกอันกว้างใหญ่ไพศาลเข้ามาอยู่ในกำมือที่ถือสมาร์ตโฟน แค่คลิกเดียวก็เผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ทั้งจริงและเท็จออกสู่โลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วใน พริบตา

แต่คงไม่มีใครจะพิเรนทร์เท่าไอ้หนุ่มรายนี้ ที่กุเรื่องถูกตำรวจจราจรจับปรับในข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อกหวังกลั่นแกล้งแฟนสาว

หากเป็นแค่เพียงคำพูดอำกันเล่นๆ คงไม่เป็นเรื่องอะไร แต่ดันปลอมใบสั่งถ่ายรูปส่งให้แฟนสาวดูเป็นหลักฐาน เพื่อให้โอนเงินมาช่วยจ่ายค่าปรับ ความซวยเลยบังเกิด

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา เมื่อพ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งว่า มีตำรวจจราจรในสังกัดออกใบสั่งจราจรซึ่งมีลักษณะเขียนขึ้นเอง และมีการแชร์ส่งต่อกันทางไลน์

ระบุชื่อผู้กระทำผิดคือนาย สถาปกรณ์ โคตรเพชร ข้อหา ไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ฯ ค่าปรับ 300 บาท, รถจักรยานยนต์ขาดต่อภาษี (พ.ร.บ.ขาด 1 เดือน 17 วัน) ค่าปรับ 500 บาท

มีชื่อร้อยเวรประจำวันคือ ร.ต.อ.เอกภพ มีเพียร ส่วนผู้ออกเขียนใบสั่งคือ ด.ต.พรใส สำนึก

แถมยังเขียนกำกับด้วยว่า เป็นแบบสำรองเขียนที่ออกแทนใบสั่ง ซึ่งจะขอออกในภายหลัง

หลังรู้เรื่องและเห็นใบสั่งดังกล่าว ท่านผู้กำกับเกษมถึงกับปล่อยขำ เพราะมันไม่เคยมีในสารบบ สอบถามไปยังตำรวจจราจรและตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ยืนยันว่าไม่มีการเขียนใบสั่งในลักษณะเช่นนี้ ไม่มีการตั้งด่าน และบันทึกกล้องวงจรปิดไม่มีผู้ที่กระทำผิดมาจ่ายเงินค่าปรับที่ สภ.เมืองหนองคาย

ที่สำคัญตำรวจในสังกัดก็ไม่มีชื่อผู้กองเอกภพและนายดาบพรใส จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนออกติดตามตัวไอ้หนุ่มที่ถูกระบุชื่อว่าเป็นผู้กระทำผิดในใบสั่งดังกล่าว

เมื่อตรวจสอบจากฐานข้อมูลตำรวจพบชื่อนาย สถาปกรณ์ โคตรเพชร มีที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 7/1301 หมู่ที่ 1 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เป็นทหารเกณฑ์ใกล้ปลดประจำการสังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี จึงประสานตำรวจ บก.ภ.จว.อุดรธานี ช่วยตรวจสอบ ก่อนเชิญตัวมา สอบถาม ในวันที่ 14 ต.ค.

 

เมื่อถึงโรงพักเมืองหนองคาย นายสถาปกรณ์ก็นั่งหน้าละห้อยรับสารภาพว่า เป็นผู้เขียนใบสั่งพิเรนทร์ฉบับนั้นด้วยตัวเองเพื่อหลอกแฟนสาว เนื่องจากมักมีเรื่องทะเลาะกับแฟนสาวที่อยู่อีกจังหวัดเป็นประจำเรื่องที่นายสถาปกรณ์ไม่ยอมสวมหมวกกันน็อกเวลาขี่รถมอเตอร์ไซค์

ก่อนจะทำเรื่องพิเรนทร์ก็ทะเลาะกันเรื่องนี้อีก เลยโหลดโลโก้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วเขียนข้อความใบสั่ง เพื่อหวังจะให้แฟนโอนเงินมาให้ 800 บาท เป็นค่าปรับจราจร และแกล้งแฟนสาวเล่นขำๆ

เมื่อเขียนใบสั่งปลอมเสร็จก็ส่งไลน์ไปให้แฟนสาวดู พร้อมพูดคุยกันผ่านไลน์ในลักษณะสร้างเรื่อง บ่น ด่า ตำรวจ ให้แฟนสาวเชื่อจนโอนเงินมาให้ 800 บาท

“ผมไม่คิดว่าแฟนสาวจะส่งไปให้เพื่อนดู และเพื่อนคนนั้นก็มีแฟนเป็นอัยการทำให้มีการตรวจสอบจนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องบานปลาย อยากขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำลงไปโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อน ทำให้ตำรวจเสื่อมเสีย” นายสถาปกรณ์กล่าวพร้อมยกมือไหว้ขอโทษตำรวจ

ท่านผู้กำกับเกษมกล่าวย้ำอีกในท้ายที่สุดว่า ใบสั่งเช่นนี้ไม่มีจริง ตำรวจจะไม่เขียนใบสั่งจราจรในลักษณะเช่นนี้ และขออย่าให้เลียนแบบ เพราะเป็นความผิดจะถูกจับดำเนินคดีด้วย

ไอ้หนุ่มพิเรนทร์รายนี้นอกจะถูก ‘อาญาเมือง’ ดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และปลอมแปลงเอกสารราชการแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะต้อง โดนโทษ ‘อาญาบ้าน’ จากคำพิพากษาของแฟนสาวอีกกี่กระทง

บทความก่อนหน้านี้ทำเกินไปมั้ย! ตีหมาไม่ยั้ง เอาน้ำร้อนราดซ้ำ ร้องเจ็บทุรน โซเชียลรุมจวก
บทความถัดไปยกเลิกสารเคมีอันตราย