ขอให้เร่งปลดล็อกส่งออกไข่/ห่วงผู้ติดเชื้อกทม.จะเพิ่มอีก : บ.ก.ตอบจดหมาย
ขอให้เร่งปลดล็อกส่งออกไข่
เรียน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด
ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่กำลังประสบปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด พบว่าเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาการซื้อขายไข่ไก่ในท้องตลาดซบเซา เนื่องจากประชาชนยังคงมีไข่ไก่สำหรับบริโภคในครัวเรือน จากที่ก่อนหน้านี้ได้ซื้อตุนไว้ ตั้งแต่รัฐบาลเริ่มคุมเข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ประกอบกับเริ่มคลายความวิตกกังวล ทำให้การบริโภคไข่ไก่ทรุด คนซื้อไข่น้อยลงและถือว่าหนักกว่าช่วงก่อนหน้า ขณะที่มาตรการแก้ปัญหาไข่ไก่ของภาครัฐที่ออกมายังคงเดินหน้าต่อ ทั้งการห้ามส่งออกไข่ไก่ไปต่างประเทศ จนถึงวันที่ 30 เมษายนนี้ และการขอความร่วมมือผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืดอายุการเลี้ยงแม่ไก่ไข่จากเดิม 80 สัปดาห์ ออกไปตามความเหมาะสม พบว่าจากทั้งสองมาตรการภายในเวลา 1 เดือนจะทำให้มีไข่ไก่เหลือจากการบริโภคในประเทศมากถึง 86,000,000 ฟอง
การที่รัฐห้ามส่งออกในระยะเวลา 1 เดือนนี้ทำให้มีไข่เหลือ 30 ล้านฟอง ขณะที่ไข่จากแม่ไก่ที่ยืดอายุการเลี้ยงออกไป ทำให้มีแม่ไก่เพิ่มมาอีกกว่า 1 ล้านตัวต่อสัปดาห์ ซึ่งออกไข่ทุกๆ วัน ภายใน 1 เดือนจะมีไข่ไก่ออกสู่ตลาดสะสมถึง 56 ล้านฟอง และคาดว่าจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้จะมีแม่ไก่ยืนกรงทั้งประเทศถึง 53 ล้านตัว ซึ่งจะให้ผลผลิตมากถึง 44 ล้านฟองต่อวัน แต่คนไทยบริโภควันละแค่ 39-40 ล้านฟอง ไข่ที่เกินมานี้ไม่มีตลาดรองรับ จากที่เคยส่งออกเพื่อระบายไข่ส่วนเกินได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ ผลผลิตก็ล้นตลาด ขอให้ภาครัฐเร่งพิจารณาปลดล็อกมาตรการนี้ ก่อนที่เกษตรกรทั้งประเทศจะขาดทุนจนต้องเลิกกิจการ เพราะแบกรับภาระต่อไม่ไหว ปัจจุบันราคาประกาศไข่ไก่คละหน้าฟาร์มของสมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ที่เป็นราคากลางใช้อ้างอิงให้ขายอยู่ที่ 2.80 บาทต่อฟอง แต่ราคาที่เกษตรกรในภาคเหนือขายไข่ได้จริงอยู่ที่ 2.60-2.70 บาทต่อฟองเท่านั้น ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงสูงถึง 2.69 บาทต่อฟอง โดยเฉพาะบางพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำแล้งจนต้องซื้อน้ำใช้ทำให้มีต้นทุนเพิ่ม และสภาพอากาศที่ร้อนจัดยังส่งผลให้ผลผลิตไข่ไก่ส่วนใหญ่มีแต่ขนาดเล็ก เกษตรกรจึงขายไข่ได้ราคาต่ำลงตามไปด้วย
ขอแสดงความนับถือ
นายสิริพงศ์ ตระการกมล
ประธานกรรมการสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน
ตอบ คุณสิริพงศ์
เมื่อสถานการณ์ไข่ไก่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่มาตรการที่รัฐนำออกมาใช้กลับยังไม่เปลี่ยนแปลงไปตามข้อเท็จจริงใหม่ก็จะกลายเป็นปัญหา เห็นควรต้องปรับเปลี่ยนปลดล็อกโดยเร็ว
ห่วงผู้ติดเชื้อกทม.จะเพิ่มอีก
เรียน บ.ก.
การที่ศบค.ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผอ.ศบค.มีท่าที่จะผ่อนมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ ร้านตัดผม-ห้างสรรพสินค้านั้น ยังไม่เห็นด้วยแม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มลดลง อยากให้เปรียบเทียบกับประเทศเกาหลีใต้ซึ่งตอนนี้ผู้ป่วยที่รับการรักษาหายและพ้นระยะกักตัวกลับมาติดเชื้อได้อีก จะต้องไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ก่อนจะดีกว่า ต้องให้แน่ใจว่าเชื้อสงบแล้ว ขอถามว่าเตรียมการหรือยังกับจำนวนคนที่จะเข้ามากทม.เมื่อครั้งกลับภูมิลำเนาไปเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 22 มี.ค. เพราะตอนนั้นประกาศปิดห้างสรรพสินค้าและสถานบริการ
ด้วยความเคารพ
หลักสี่
ตอบ คุณหลักสี่
การผ่อนมาตรการให้กิจการบางอย่างกลับมาเปิดได้ โดยเน้นคุมจำนวนลูกค้า มีระยะห่าง เป็นความจำเป็นอีกด้าน ไม่เช่นนั้นจำนวนคนอดตายจะพุ่งแรงแซงโควิดได้