ต่ออายุไปเรื่อยๆ – การต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินทุกพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร อีก 1 เดือนถึงวันที่ 31 ส.ค. เป็นเรื่องไม่เหนือความคาดหมาย
หากวาระหน้าต้องต่อไปได้อีกถึงวันที่ 30 ก.ย. ก็คงไม่ประหลาดใจอีกเช่นกัน
เพราะศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) คิดเห็นตรงกับหน่วยงานความมั่นคงอยู่เสมอ
ครั้งนี้สภาความมั่นคงแห่งชาติยื่นข้อเสนอว่า เนื่องจากมีความจำเป็นที่ต้องมีอำนาจตามกฎหมายเชิงป้องกันในการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรให้ต่ออายุไปอีก
ความจำเป็นของหน่วยงานความมั่นคง คือการควบคุมการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรในทุกช่องทาง การจัดทำระบบติดตามตัว การกักตัว และการเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย รวมถึงมาตรการการควบคุมโรคที่บังคับใช้ได้อย่างครอบคลุมในทุกกิจกรรม เนื่องจากจะอนุญาตให้ชาวต่างชาติ รวมถึงแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณา จักรเพิ่มเติม
จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนในการขอใช้สถานที่อย่างรวดเร็ว เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการกำลังพลเรือน ตำรวจ กักตัวตรวจสอบการติดเชื้อ
รวมถึงให้ทหารเข้าร่วมปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหตุผลของการต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินครั้งนี้ระบุถึงความจำเป็นต้องมีระบบการบริหารจัดการวิกฤตการณ์ในลักษณะการรวมศูนย์ เพื่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเตรียมความพร้อม การเปลี่ยนผ่านไปสู่ฐานวิถีชีวิตใหม่ จนกว่าจะมีกฎหมายฉบับอื่นมา
น่าประหลาดใจว่า นับจากปลายเดือนมีนาคมที่เริ่มใช้มาตรการล็อกดาวน์ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เหตุใดเจ้าหน้าที่รัฐจึงไม่คิดหาวิธีและกฎหมายอื่นแทนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ทั้งที่รู้ว่าจะผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ย่อมต้องทยอยออกมา เช่นเดียวกับข้อยกเว้นที่มีจุดอ่อนเป็นบทเรียนมาแล้ว
เจ้าหน้าที่รัฐยังคงไม่แสดงทีท่าจะดิ้นรนขยับเขยื้อนเพื่อให้มาตรการนิวนอร์มัลเอื้อต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน กลับเลือกใช้วิธีต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินไปเรื่อยๆ
เพราะสิ่งนี้สะดวกสบายกว่าใช่หรือไม่