บทบาทของพรรคภูมิใจไทยต่อประเด็นการแก้ไข “รัฐธรรมนูญ” น่าติดตาม
น่าติดตามเพราะไม่ว่าก่อนเดือนมีนาคม 2562 ไม่ว่าหลังเดือนมีนาคม 2562 แม้จะหงุดหงิด ต่อเนื้อหาของ “รัฐธรรมนูญ” แต่ก็ไม่รุนแรงแข็งกร้าว
ยิ่งหากเทียบกับ “พรรคประชาธิปัตย์” แล้ว เบากว่า
พรรคประชาธิปัตย์รุนแรงถึงขนาดต้องเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เพื่อจะเข้าร่วมรัฐบาล
แต่พรรคภูมิใจไทยยังเรื่อยๆ มาเรียงๆ

แล้วเหตุใดมติพรรคภูมิใจไทยจึงเห็นด้วยกับการแก้ไข “รัฐธรรมนูญ”
เป็นมติที่ออกมาก่อนพรรคพลังประชารัฐ ออกมาก่อนพรรคชาติไทยพัฒนา และออกมาก่อนพรรคประชาธิปัตย์ด้วยซ้ำไป
ทั้งๆ ที่เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 เงื่อนไขนี้เป็นของพรรคประชาธิปัตย์
เป็นเงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์ต่อรองว่าจะสามารถขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ก็ต่อเมื่อนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
แต่เงื่อนไขแบบนี้พรรคภูมิใจไทยไม่เคยยื่น ไม่เคยเรียกร้อง
มติพรรคภูมิใจไทยคือมติที่พรรคภูมิใจไทยต้องการช่วงชิงบทบาท “นำ”
เพราะพรรคภูมิใจไทยประเมินแล้วว่า ข้อเรียกร้องอันมาจาก “เยาวชน/ประชาชนปลดแอก” ในเรื่องรัฐธรรมนูญได้กลายเป็น “กระแส” อันร้อนแรงในทางการเมือง
ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะสามารถเตะถ่วง หน่วงเวลาได้
พรรคภูมิใจไทยจึงต้องการช่วงชิงบทบาทนำเหนือกว่าพรรคพลังประชารัฐ เหนือกว่าพรรคประชาธิปัตย์ เหนือกว่าพรรคชาติไทยพัฒนา
มองยาวไปถึง “เลือกตั้ง” หลังมีรัฐธรรมนูญ “ใหม่”
คําประกาศของพรรคภูมิใจไทยเป็นเรื่องดี แต่ต้องรอดู “ผล”
ผลในที่นี้มิได้อยู่ที่ท่วงทำนองหลังจากนี้เป็นอย่างไร ระยะเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญยาวนานหรือไม่ และเนื้อหาที่จะแก้ไขเป็นอย่างไร
เมื่อท่านพูดคนจะฟัง เมื่อท่านลงมือทำ คนจะเชื่อและศรัทธา