เลือกข้าง – การแสดงออกและชุมนุมทางการเมืองหลายสัปดาห์มานี้ นอกจากกลุ่มเยาวชนและประชาชนที่เป็นแนวร่วม ยังมีกลุ่มที่เห็นตรงข้ามประกาศตัวว่าต้องการปกป้องรัฐบาลนัดชุมนุมแสดงพลังเช่นกัน

สำหรับการชุมนุมของกลุ่มหนุนรัฐบาลที่มีจำนวนน้อยกว่ามาโดยตลอด รัฐบาลยืนยันว่าห้ามใครไม่ได้ แต่ถ้าผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินการ

พร้อมกล่าวเชิงเปรียบเทียบลอยๆ ไปยังอีกกลุ่ม ว่าอาจมีคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่มี แสดงอาการดื้อกฎหมายส่งผลกระทบต่อคนอื่นๆ

ด้วยถ้อยคำและท่าทีเพียงเล็กน้อยของรัฐบาลดังกล่าว ตอกย้ำอีกครั้งว่าการรักษาสถานภาพที่เป็นกลางกำลังหมิ่นเหม่

ควรรีบเตือนใจตนเองเสมอว่าจะไม่ตอกลิ่มทิ่มซ้ำไปยังความรู้สึกว่ารัฐบาลกำลังเลือกข้าง

หากย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มประชาชนทั้งก่อนและหลังสถานการณ์ โควิด-19 ตึงเครียด จะพบว่ากลุ่มที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดี ไม่มีสมาชิกของกลุ่มที่แสดงตัวปกป้องรัฐบาล

ผิดกับเยาวชนและพลเรือนที่เห็นต่างจากรัฐ ถูกปฏิบัติในแนวทางที่ไม่ส่งเสริมว่า ประเทศไทยเปิดกว้างทางความคิดสำหรับผู้แสดงออกอย่างสันติ

เหตุใดผู้กล่าวปราศรัยบนเวทีเยาวชนปลดแอกจึงถูกจับด้วยข้อหาร้ายแรง และอีกหลายคนถูกจับกุมด้วยกฎหมายย่อยอื่นๆ ที่แวดล้อม

แต่เหตุใดผู้กล่าวหาและโจมตีเยาวชนด้วยถ้อยคำหยาบคาย หรือสร้างภาพให้เกิดความหวาดหวั่นและเกลียดชัง จึงยังดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าด้วยบรรยากาศทางสังคมปัจจุบัน ประชาชนจำนวนมากมีศักยภาพที่จะตรวจสอบเนื้อหาและข้อเท็จจริงต่างๆ จากกระบวนการสร้างภาพ สร้างข่าวลวง หรือกุข้อกล่าวหาต่างๆ ได้

รวมถึงตอบโต้บุคคลหรือกลุ่มคนที่แสดงออกล้ำเส้นความสุภาพและการยัดเยียดความเกลียดชังได้

แต่สำหรับรัฐบาล หากปรับตัวไม่ทันความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ไม่เข้าใจถึงการดำรงสถานะที่ต้องรับฟังคนทุกกลุ่ม และปฏิบัติต่อคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ความเสี่ยงที่รัฐบาลจะถลำสู่การเป็นคู่กรณีกับประชาชนจะมีมากยิ่งขึ้น

ยิ่งใช้อำนาจเข้าจัดการมากเท่าใด แรงต่อต้านที่ไม่เป็นผลดีกับรัฐบาลก็จะมีมากเท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน