หลวงพ่อโม ธัมมรักขิโต วัดจันทนาราม จังหวัดชัยนาท – วันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค.2563 รำลึกครบรอบ 61 ปี มรณกาล “หลวงพ่อโม ธัมมรักขิโต” วัดจันทนาราม ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท อดีตพระคณาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองชัยนาท เจ้าของตะกรุดโทนอันโด่งดัง
เป็นชาวห้วยกรดโดยกำเนิด เกิดในสกุล คงเจริญ เมื่อปีมะเมีย พ.ศ.2413 ที่บ้านบางยายอ้น ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท
บวชเณรตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งอายุครบ 20 ปี จึงอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดใหม่บำเพ็ญบุญ ซึ่งอยู่ใกล้บ้านท่าน โดยมีหลวงพ่อเถื่อน วัดใหม่บำเพ็ญบุญ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อคง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อโต วัดวิหารทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์
จากนั้น จำพรรษาที่วัดใหม่บำเพ็ญบุญ ได้ศึกษาพระธรรมวินัย ทั้งภาษาไทย และภาษาบาลี เรียนพระปริยัติธรรม เบื้องต้นได้ท่อง 7 ตำนาน 12 ตำนาน ได้เรียนภาษาขอม เรียนวิปัสสนากรรมฐานและวิทยาคมกับหลวงพ่อม่วง หลวงพ่อเถื่อน และหลวงพ่อคง ที่วัดใหม่บำเพ็ญบุญ ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ ชาวห้วยกรดและจังหวัดชัยนาท ให้ความเคารพนับถืออย่างมาก
ในยุคนั้นกิตติศัพท์ความเข้มขลัง ด้านวิทยาคมของหลวงพ่อโต วัดวิหารทอง เป็นที่กล่าวขวัญของชาวห้วยกรด จึงได้ไปเรียนวิชาอาคมกับหลวงพ่อโต ที่อำเภอสรรคบุรี เรียนรุ่นเดียวกับหลวงพ่อปลื้ม วัดสังฆราม
หลวงพ่อคง เล็งเห็นว่ามีสติปัญญาดี เฉลียวฉลาด สนใจทางวิทยาคม ยาสมุนไพรและแพทย์แผนโบราณ จึงได้พาไปฝากกับอาจารย์ของท่าน คือ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เมื่อปีพ.ศ.2451
เป็นศิษย์ของหลวงปู่ศุข เรียนวิทยาคม ตำรายาสมุนไพรและตำราแพทย์แผนโบราณกับหลวงปู่ศุข เป็นเวลา 5 ปี จนกระทั่งในปี พ.ศ.2456 จึงเดินทางกลับวัดใหม่บำเพ็ญบุญ
ในขณะนั้นหลวงพ่อเถื่อนซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดใหม่บำเพ็ญบุญ ได้มรณภาพจึงเป็นเจ้าอาวาสแทน
พ.ศ.2457 ญาติพี่น้องร่วมกันซื้อที่ดินติดวัดร้างเดิมรวมประมาณ 30 ไร่ เพื่อสร้างวัดขึ้นใหม่ ชาวบ้านห้วยกรดให้ความศรัทธาในเรื่องความแก่กล้าทางคุณวิเศษและอาคมของท่าน จึงได้นิมนต์หลวงพ่อโมจากวัดใหม่บำเพ็ญบุญ เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของ “วัดจันทนาราม”
เป็นพระสมถะ มักน้อย สันโดษ มีความเป็นอยู่อย่าง เรียบง่าย
ปฏิบัติสมาธิ ทำวัตรเช้าตั้งแต่ตี 4 ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้าน จึงให้ความเคารพนับถือมาก และนำลูกหลานของตนมาให้ท่านได้บวชมากมาย
กระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. 2502 เวลาประมาณ 4 ทุ่ม มรณภาพอย่างสงบ
เหตุอัศจรรย์ที่เกิดขึ้น คือ เต่าที่ได้เลี้ยงไว้ตัวใหญ่มากได้ คลานขึ้นมาจากสระ หมอบนอนน้ำตาไหลข้างกุฏิของท่าน นกยูง และไก่ต๊อก ที่ท่านเลี้ยงไว้ไม่ส่งเสียงร้อง ประหนึ่งว่าพวกสัตว์เหล่านั้นจะรับรู้ว่าหลวงพ่อโม ที่มีความเมตตาต่อพวกมันได้จากไปเสียแล้ว
แม้จะละสังขารไปนานกว่า 50 ปี แต่ยังคงจารึกไว้ในศรัทธาของชาวเมืองชัยนาทสืบไป