ครบ 29 ปีมหาจุฬาฯพะเยาโอกาสการศึกษาเพื่อทุกคน – ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ.2533 พระเทพญาณเวที (ศรีมูล มูลสิริ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ พระครูสิริธรรมเมธี ร่วมปรึกษากับ พระอุบาลีคุณูปาจารย์ (ปวง ธัมมปัญโญ)
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ พระเทพวิสุทธิเวที อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ และอดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6 เพื่อขยายห้องเรียนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ มาเปิดสอนที่จังหวัดพะเยา ที่วัดศรีโคมคำ ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา และเป็นวิทยาลัยสงฆ์พะเยา เมื่อ วันที่ 4 ก.พ.2534
ต่อมามีมติอนุมัติวิทยาลัยสงฆ์พะยา เป็นวิทยาเขต ในนาม “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยาเขตพะเยา” ตามประกาศมหาวิทยาลัย ที่ 40/2535 เรื่อง ตั้งวิทยาเขตพะเยา ประกาศ ณ วันที่ 20 ส.ค.2534

พ.ศ.2450 ได้มีการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ทำให้สถานภาพของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ในกำกับของรัฐบาล
วิทยาเขตพะเยา จึงเป็นส่วนงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นับแต่นั้นมา
ต่อมาองค์การบริหารส่วนตำบลแม่กา (ปัจจุบัน เป็นเทศบาลตำบลแม่กา) ประชุมสมัยสามัญ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2546 มีมติเห็นชอบเอกฉันท์ให้ใช้พื้นที่ในที่ดินแปลง หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ 10626 จำนวน 260 ไร่ เมื่อรวมวัดป่าอุบาลีมีที่ดิน ทั้งสิ้น จำนวน 986 ไร่ เป็นที่ก่อสร้างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา
ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนสำหรับพระภิกษุ-สามเณร และคฤหัสถ์ อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก
พระราชปริยัติ รองอธิการบดี มจร.วข.พะเยา กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยเริ่มต้นในปี 2534 ในนามมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธัมมปัญโญ) เป็นรองอธิการบดีรูปแรก ต่อมาในปี พ.ศ.2540 มหาวิทยาลัยได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล พระเทพญาณเวที จึงเข้ามาดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีรูปต่อมา ด้วยคุณสมบัติที่เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ให้ความอุปถัมภ์ บำรุงและมีเมตตาแก่บุคลากรมาจนถึงปัจจุบัน”
ในปี พ.ศ.2558 พระเทพญาณเวที ให้มีการย้ายที่ทำการเข้าสู่พื้นที่อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มจร.วข.พะเยา เกิดความท้าทายใหม่ในการบริหารจัดการ เน้นการบริการวิชาการแก่สังคม และด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริม สนับสนุน เชื่อมโยงความรู้ท้องถิ่นสู่สากล อันเป็นกลไกในการฟื้นฟู อนุรักษ์ สืบสาน พัฒนาเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมล้านนา บูรณาการศิลปวัฒนธรรมกับวิถีชีวิตชุมชน ส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่นำไปสู่การสร้างสรรค์งานด้านศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งสร้างสรรค์ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เป็นรากฐานการพัฒนาองค์ความรู้ที่ดีขึ้นในอนาคต”
ดังนั้น ในวันที่ 20 ส.ค.2563 จึงเป็นวันทำบุญของ มจร.วข.พะเยารวมทั้งเป็นวันไหว้ครู ซึ่งเรียกว่า “วันบูรพาจารย์ ครบรอบการก่อตั้ง 29 ปี มจร.วข.พะเยา และโครงการพิธีไหว้ครูประจำปี บายศรีนิสิตนักศึกษาใหม่” และทำเป็นประจำทุกปีในวันที่ 20 ส.ค.

โดยในปี พ.ศ.2563 จัดพิธีทอดผ้าป่าเพื่อนำไปใช้เป็นทุนการศึกษาถวายพระนิสิต มอบให้กับนิสิตที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ด้วย
นายพรศักดิ์ เฉพาะธรรม นิสิตคณะรัฐศาสตร์ มจร.วข.พะเยา กล่าวว่า “มจร.วข.พะเยา เป็นสถานที่เรียนระดับอุดมศึกษาที่อยู่ ใกล้บ้าน ทำให้ผมตัดสินใจเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนวันจันทร์ถึงวันศุกร์สามารถไปช่วยงานผู้ใหญ่และกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์กับทีมงานได้สะดวก อีกทั้งได้มีเวลาทำงานส่วนตัว ที่สำคัญกว่านั้น คือ ได้นำความรู้มาบริหารจัดการในชุมชนเกี่ยวกับงานที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
โอกาสทางการศึกษา เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่บวชเรียน เพราะต้องการได้รับโอกาสทางการศึกษา หากเรียนภายนอกมีค่าใช้จ่ายสูง จึงตัดสินใจบวชเรียนช่วยทำให้ประหยัดขึ้น หรือแม้แต่คฤหัสถ์ที่ตัดสินใจเข้ามาเรียนกับ มจร.วข.พะเยา ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการศึกษา
ที่สำคัญ “มจร.วข.พะเยา” เป็นแนวการเรียนที่เสริมเรื่องของหลักธรรมเข้าไปในทุกหลักสูตร ทุกสาขาวิชา เพราะต้องการให้ทุกคนมีธรรมประจำใจ ใช้ชีวิตอย่างมีสติ
สมฤทธิ์ ชัยพลังฤทธิ์