กรีนไทม์-สกรีนไทม์ – แทสเซีย ออสโวลด์ จากมหาวิทยาลัยแอดีเลด ประเทศออสเตรเลีย ศึกษาผลกระทบระหว่าง “สกรีนไทม์” การใช้เวลาว่างดูอุปกรณ์จอภาพ ครอบคลุมการดูโทรทัศน์ เล่นวิดีโอเกม และใช้คอมพิวเตอร์ กับ “กรีนไทม์” การใช้เวลาว่างในสวนสาธารณะ อุทยาน รวมถึงทำกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่สีเขียว ของเด็กวัยเรียนอายุ 5-18 ปี 186 คน ในจำนวนนี้ 114 คนใช้เวลากับสกรีนไทม์เพียงอย่างเดียว 58 คนใช้เวลากับกรีนไทม์อย่างเดียว อีก 14 คนใช้เวลาคละกันระหว่างสกรีนไทม์และกรีนไทม์

จากนั้นเก็บรวบรวมข้อมูลการเรียนรู้ สุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิต ปรากฏว่าเด็กในกลุ่มสกรีนไทม์ที่ใช้เวลาดูอุปกรณ์จอภาพเป็นเวลานานหรือบ่อยครั้ง มีความเชื่อมโยงกับปัญหาทางจิต ความตึงเครียด วิตกกังวล ขาดทักษะความรู้ความเข้าใจในสิ่งรอบตัว และมีแนวโน้มล้มเหลวในด้าน การศึกษา
ขณะที่เด็กในกลุ่มกรีนไทม์เชื่อมโยงกับสุขภาพจิตแข็งแรง มีทักษะทางความเข้าใจสูง และประสบความสำเร็จด้านการศึกษา
อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ทิล ไวก์ส จากวิทยาลัยคิงส์คอลเลจในอังกฤษ ระบุว่าแม้ผลการศึกษาจะบ่งชี้ว่าการใช้เวลาว่างทำกิจกรรมในพื้นที่ธรรมชาติมีส่วนสร้างเสริมอารมณ์และทักษะการเรียนรู้ แต่เด็กแต่ละคนมีความต้องการและความสนใจที่ไม่เหมือนกัน
ด้าน ดร.แซม วอซ จากมหาวิทยาลัยอีสต์ลอนดอน กล่าวว่า ในช่วงโรคโควิด-19 แพร่ระบาด การใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อสื่อสารกับเพื่อน หรือการเล่นวิดีโอเกมกับเพื่อนบนโลกออนไลน์ ช่วยเติมเต็มทักษะการเข้าสังคมให้กับเด็กๆ ที่ต้องกักตัวอยู่บ้านนานหลายเดือน การใช้เวลาสกรีนไทม์จึงไม่ได้มีแค่ผลเชิงลบเสมอไป แต่ต้องรู้จักใช้ให้เหมาะสม และไม่มากเกินไปจนก่อให้เกิดผลเสีย