สดจากสนามข่าว
พนม คงเจริญ, อรรถพันธ์ นิธิธีรโชติ, สุนันทา บวบมี เรื่อง/ภาพ
กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เกิดคดีฆาตกรรมโหดขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ และสถานที่เกิดเหตุก็อยู่ในพื้นที่เมือง หลวงอย่างกรุงเทพมหานคร
แต่ก็ไม่พ้นความสามารถของตำรวจนครบาลที่ปิดคดีได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่วัน
คดีนี้เกิดในวันที่ 16 ส.ค.2560 เมื่อร.ต.อ.อุเทน พรับพริ้ม รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวถูกฆ่าปาดคอทิ้งศพลงในท่อน้ำทิ้ง บริเวณริมถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช-ลาดกระบัง) แขวงและเขตประเวศ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช ร.พ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุอยู่ริมสะพานข้ามคลองประเวศบุรีรมย์ เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.บอ ลี ทู หรือ ทูน อายุ 25 ปี ชาวเมียนมา ตัดผมสั้นคล้ายทอมบอย มีบาดแผลถูกของมีคมปาดเข้าที่ลำคอ และมีบาดแผลใต้ราวนมซ้าย สวมเสื้อยืดสีส้ม กางเกงขาสั้นสีเขียวถูกถลกลงมา สภาพท่อนล่างเปลือยเปล่า ถูกหมกอยู่ในท่อน้ำทิ้งใต้สะพานดังกล่าว
เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายมีลักษณะเป็นสาวทอมบอยเคยมีแฟนเป็น ผู้หญิงแต่เลิกรากันไปแล้ว เมื่อวันที่ 13 ส.ค.มีผู้เห็นผู้ตายเดินไปกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ลักษณะผิวคล้ำ สูงประมาณ 170 ซ.ม. ผมยาวสีออกแดง ก่อนจะพบว่ากลายเป็นศพถูกฆ่าหมกท่อน้ำทิ้งดังกล่าว
ไหว้ขอขมาศพในจุดเกิดเหตุ
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ รีบรุดไปยังจุดเกิดเหตุทันทีที่รับรายงานเหตุร้าย
ผบช.น.เผยว่า เจ้าหน้าที่กระจายกำลังสอบถามชาวบ้านใกล้จุด เกิดเหตุ ซึ่งมีแคมป์คนงานต่างด้าวอยู่ สอบปากคำพยานบุคคลที่เป็นชาวเมียนมาและคนไทยแล้ว 3-4 ปาก พบผู้ต้องสงสัย 1 คน ชื่อ นายอ่อง ติน วิน หรือ ติน อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งเพิ่งมาทำงานที่โรงแยกขยะในละแวกที่เกิดเหตุได้ไม่กี่วัน
พยานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายนั่งดื่มสุรากับกลุ่มเพื่อนร่วมชาติอีก 3-4 คน ที่ร้านค้าใกล้จุดพบศพ จากนั้นแยกย้ายกันกลับ เหลือ ผู้ตายกับนายตินยังกินกันต่อที่ห้องเช่า มีพยานแวดล้อมได้ยินเสียงคนทะเลาะวิวาทจากห้องพักดังกล่าว
มีพยานปากสำคัญที่เป็นชาวเมียนมารายหนึ่ง คือ นายจ่วย หรือ จ่วยจี้ อายุ 31 ปี ให้การว่า เป็นเพื่อนร่วมวงสุรากับผู้ตาย
แต่หลังจากแยกย้ายกันได้พักใหญ่ นายตินมาบอกว่าได้ฆ่าผู้ตายหมกท่อระบายน้ำแล้วเพราะไม่ยอมให้นอนด้วย จากนั้นหลบหนีไป เมื่อไปดูตรงจุดที่นายตินบอกก็พบว่าเป็นเรื่องจริงจึงรีบแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อนายจ่วยมากนัก จึงเค้นสอบจนรับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุกับนายตินด้วย จึงคุมตัวไว้ดำเนินคดี
พร้อมรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับนายตินจากศาลจังหวัดพระโขนง ก่อนตามจับตัวได้ที่ริมถนนบ้านท่าอาจ ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนหิ้วตัวเข้าเมืองกรุงมาสอบปากคำอย่างละเอียด
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ตรวจที่เกิดเหตุ / โฉมหน้า 2 ผู้ต้องหา
นายตินยอมรับสารภาพผิดอย่างง่ายดาย ลำดับเหตุการณ์วันก่อเหตุเป็นไปตามเบาะแสที่สืบมาได้
แต่ยืนยันว่าเป็นเพียงผู้ร่วมก่อเหตุเท่านั้น ส่วนตัวการที่เริ่มต้นก่อเหตุร้ายที่แท้จริงก็คือนายจ่วย พยานปากสำคัญนั่นเอง
พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยหลังสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งคู่ว่า
ก่อนเกิดเหตุวันที่ 15 ส.ค. เวลา 19.00 น. นายจ่วย พร้อมนายติน และน.ส.ทูน ผู้ตาย ไปดื่มสุราที่ร้านขายของชำ ในซอยอ่อนนุช 86 แยก 2 หลังจากดื่มจนมึนเมาแล้วจึงชักชวนกันไปเสพยาบ้าที่ใต้สะพานที่เกิดเหตุ
ผ่านไปสักพักผู้ต้องหาทั้งสองขอมีเพศสัมพันธ์กับผู้ตาย แต่น.ส.ทูนขัดขืนไม่ยินยอม
นายจ่วยจึงใช้มีดที่พกติดตัวเวลาทำงานกระหน่ำแทงน.ส.ทูน ที่ใต้ราวนมหลายครั้งจนแน่นิ่งไป ขณะนั้นเหยื่อยังหายใจรวยริน นายตินจึงใช้มีดปาดไปที่ลำคอ ก่อนช่วยกันนำศพโยนทิ้งลงท่อ
ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
จากนั้นนายจ่วยซึ่งมีภรรยาและลูกอยู่แล้วให้เงินนายติน 1,500 บาท ให้หนีออกนอกประเทศ ส่วนตัวเองก็อยู่ที่ไทย และให้การซัดทอดว่านายตินเป็นคนลงมือก่อเหตุทั้งหมด
แต่สุดท้ายก็ไม่อาจตบตาตำรวจไทย ถูกจับพิรุธได้ในที่สุด


