ชมวิว”ภูอีเลิศ”
ทะเลหมอกสุดปัง
อัมรินทร์ ชูฤทธิ์

“ภูอีเลิศ” เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสุดอันซีนแห่งใหม่ จ.เลย อยู่ที่ ต.ปากหมัน อ.ด่านซ้าย เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกสุดปัง ที่ใครๆ มากี่ครั้ง ก็ชมทะเลหมอกสองแผ่นดินไทย-ลาว ได้ตลอดทั้งปี
ยิ่งช่วงฤดูหนาวนี้ ภูอีเลิศจึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่จะต้องไปสักครั้งหนึ่ง เพราะเป็นช่วงสวยงามมาก หมอกไหลยาวดั่งสายน้ำ เห็นหมอกไหลในร่องเขากว่า 30 กิโลเมตรยาวสีขาวโพลน

ที่นี่บางคนเรียกทะเลหมอกสองแผ่นดิน เพราะเป็นชายแดนไทย-ลาว อีกแม่เหล็กดึงดูดผู้มาเยือน
ทั้งยังเป็นเป็นความร่วมมือร่วมใจของชาวชุมชนบ้านปากหมัน ที่ตั้งต้นด้วยเรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้ พึ่งพาซึ่งกันและกัน เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เพียงหน่วยงานเดียวจะดูแลพื้นที่ป่าร่วม 4,000 ไร่ได้ทั้งหมด
จึงเป็นการแบ่งพื้นที่ป่าออกเป็นเขตอนุรักษ์ เขตท่องเที่ยว และแหล่งวัตถุดิบทางธรรมชาติที่ไม่มีวันหมด อย่างหน่อไม้ เห็ด ไข่มดแดง ผลไม้ป่า สมุนไพรต่างๆ ที่ชาวบ้านหากินได้ตลอดทั้งปี

นายนรเศรษฐ์ แสนประสิทธิ์ ครูในพื้นที่ หนึ่งผู้ร่วมบุกเบิกพัฒนาภูอีเลิศ กล่าวว่า พวกเรามาทำตรงนี้เพื่อต้องการให้การท่องเที่ยวเข้ามาดูแลป่า การเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ อย่างน้อยคนที่จะเข้าไปทำลายป่าก็จะเกรงกลัวว่าจะมีคนเห็น
“ในช่วงที่เราเข้าไปสำรวจพื้นที่ครั้งแรก ก็เดินกันเรื่อยๆ สำรวจว่าหน้าผาไหนสวย พอเป็นจุดขายได้ ก็มากางเต็นท์นอนตรงผาอีเลิศ ในวันนั้นโชคดี ประมาณตี 4-5 มีหมอกลอยมาจากร่องเขา ที่ทอดยาวจากอำเภอด่านซ้ายไปยังชายแดนติดลาว และทะเลหมอกนั้นก็เชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียวระหว่างไทยกับลาว หมอกไหลมาถึงจุดที่พวกเรากางเต็นท์พอดี ก็เลยคิดกันว่าจะพัฒนาตรงภูอีเลิศให้เป็นจุดท่องเที่ยวให้ได้ในอนาคต และรักษาธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด”

อาจารย์นรเศรษฐ์เล่าอีกว่า ชาวบ้านปากหมันแห่งนี้มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า เป็นนิทานพื้นบ้านเล่าให้ลูกหลานฟังก่อนนอน ว่าอีเลิศนั้นมั่นคงในรักกับชายหนุ่มที่ชื่อบักเกิด ต่อให้บักเกิดเจ้าชู้ขนาดไหนก็ยังมั่นคงในรัก และพิสูจน์รักแท้ด้วยการกระโดดหน้าผาเหนือแม่น้ำเหืองสิ้นใจลงไปกลางหุบเหว
หลังจากนั้นบักเกิดจึงกระโดดหน้าผาตายตามอีเลิศไป กลายเป็นผาคู่ชื่อ “ผาอีเลิศ” และ “ผาบักเกิด” มาจนถึงบัดนี้

ในช่วงแรกที่เปิดแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไรนัก ทางผู้บุกเบิกอยากจะเพิ่มศักยภาพของชุมชน อยากให้คนปากหมันเชื่อว่า ป่าก็คือป่า ไร่นาก็คือไร่นา แล้วคนเมืองที่อยู่สุขสบายจะอยากมาเที่ยวป่า มานอนลำบากกลางลานดิน ลานหินทำไม
นั่นจึงทำให้ช่วงแรกของการทำท่องเที่ยวชุมชนบ้านปากหมันมีสมาชิกเข้าร่วมเพียง 15 คน โดยเปิดท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2561

ปัจจุบันสมาชิกชุมชนท่องเที่ยวบ้านปากหมันเพิ่มเป็น 300 กว่าคน เรียกว่าชุมชนให้ความร่วมมือร่วมใจกันหมดทั้งหมู่บ้าน ครบทั้งกลุ่มโฮมสเตย์ รถอีแต๊กนำเที่ยว สินค้าโอท็อป และอาหารธรรมชาติ จนกลายเป็นชุมชนที่ใช้การท่องเที่ยวรักษาป่า และสร้างรายได้เสริมได้อย่างครบวงจร
ด้านธรรมชาตินั้น ภูอีเลิศมีความหลากหลาย มีทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าริมหน้าผา ทำให้สามารถขึ้นไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ดังเช่นในช่วงปลายปีนี้ ทั้งต้นเต็ง ต้นรัง ต้นจิกกำลังผลัดใบ ย้อมป่าทั้งผืนให้เป็นสีเหลือง น้ำตาล แดง ตัดกับฟ้าฤดูหนาวสีฟ้าใส
ช่วงยามเย็นจากหน้าผาภูอีเลิศ มองเห็นพระอาทิตย์ตก ทอแสงลับไปยังฝั่งประเทศลาวได้สวยจุดหนึ่ง ส่วนยามเช้านั้น มีจุดชมทะเลหมอกให้ได้เลือกชมหลายมุมอย่างไม่ต้องเบียดเสียด
สำหรับใครที่ไม่สะดวกนอนเต็นท์ สามารถขึ้นรถอีแต๊กมาชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ตั้งแต่ตี 5 ส่วนใครกางเต็นท์นอนก็ยังจะได้ชมทะเลดาวกลางป่าได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวภูอีเลิศ ติดต่อสอบถามโปรแกรมท่องเที่ยว จองพื้นที่กางเต็นท์ รถอีแต๊กขึ้นภู รวมทั้งการแสดงท้องถิ่น ได้ที่อาจารย์นรเศรษฐ์ แสนประสิทธิ์ โทร.06-1053-1561
ค่าเช่าเต็นท์และที่นอนชุดละ 300 บาท ค่ารถอีแต๊กขึ้นภูคันละ 500 บาท ส่วนคนที่นำเต็นท์ไปเองคิดราคากางเต็นท์ 30 บาท
ใครอยากนอนโฮมสเตย์สบายๆ พร้อมโปรแกรมนำเที่ยวน้ำตก นอนบนภู ติดต่อพี่โย ศิลปินทำผีตาโขน โทร.08-5461-7230 หรือสอบถามข้อมูลได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเลย โทร.0-4281-2812