คอลัมน์ บ.ก.ตอบจดหมาย

อย่ากลัวสัมผัสเงินสด – เรียน บ.ก.

กรณีที่‘เราชนะ’ไม่แจกเงินสด เอาเงินเข้าบัญชีให้ผู้รับไปกดนำมาใช้จ่ายตามความจำเป็นของผู้ที่ได้รับ ให้เหตุผลว่า กำลังอยู่ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 การสัมผัสธนบัตรอาจทำให้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ ในฐานะที่หยิบเงินสดใช้อยู่เป็นประจำ

จึงขออธิบายให้ท่านผู้มีอำนาจทราบว่า ไม่ต้องกลัว ถ้ามือที่เราสัมผัสกับธนบัตรหรือเหรียญในช่วงที่ใช้จ่าย เราจะต้องไม่เอามือของเราไปสัมผัสตา หู จมูก ปาก เพราะมือเรานั้นแหละจะเป็นตัวนำเชื้อโรค หลังสัมผัสสิ่งเหล่านี้เสร็จก็ใช้เจล หรือแอลกอฮอล์เช็ดมือ อยู่บ้านก็ล้างมือ เท่านั้นเอง ไม่ต้องห่วง ไม่ใช่ปัญหาไข่เกิดก่อนไก่ หรือไก่เกิดก่อนไข่

ส่วนกังวลว่าจะไปต่อคิวกดเงินสดออกจากตู้ ATM เรื่องนี้ก็อธิบายได้ หากเดินไปสถานที่ต่างๆ เราจะพบว่า ผู้คนเริ่มที่จะมีระเบียบกันมากขึ้นมีระยะห่าง ไม่ว่าเข้าร้านสะดวกซื้อ เข้าแถวซื้ออาหาร จะมีระยะห่างกัน เพราะประสบการณ์รอบ 2 สอนให้ผู้คนรู้ที่จะอยู่อย่างไร? ที่เริ่มติดกันแพร่ระบาดไม่ใช่เข้าแถวกดเงิน หยิบจับเงินสด หรือเข้าแถวซื้อของ แต่มันแพร่ระบาดเพราะคนเข้าไปในสถานที่อโคจร จึงเกิดเรื่องขึ้น

สุดท้ายเอาใจช่วยก็ขอให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ ผู้คนทุกระดับชั้นล้วนแต่รับผลกระทบกันทั้งนั้น

ใยบัว

ตอบ ใยบัว

เหตุผลของรัฐบาลที่ไม่แจกเงินสดนั้น โดนวิจารณ์หนักว่าฟังไม่ขึ้น ที่คุณอธิบายมาก็เป็นหลักที่ถูกต้อง เงินสดสัมผัสได้ เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่ต้องหมั่นล้างมือ เช็ดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก็ปลอดภัยแล้ว

 

ยุคหนังกลางแปลง-ยุคโซเชี่ยล : เรียน บ.ก.ข่าวสด

เห็นโฆษณาอาหารเสริมที่ตอนนี้แข่งกันดุเดือด ดุจดั่งอาหารเสริมเป็นอาหารวิเศษแก้ได้สารพัดโรค ไม่ต่างกับการโอ้อวดของหนังขายยา สมัย 50 ปีก่อนจะมีรถเร่ฉายหนังกลางแปลงในต่างจังหวัด หนังฉายไปได้สักพักก็คั่นรายการขายยา มีทั้งยาถ่ายพยาธิ ยาแก้ปวดฟันที่อ้างว่ามีแมงกินฟันทำให้ฟันผุ จับแมงอะไรก็ไม่รู้มาดองให้ดูในขวดโหล แล้วบอกว่าเป็นแมงกินฟัน ผู้ปกครองเชื่อแห่ซื้อให้ลูกใช้ แต่ก่อนความเจริญยังไปไม่ถึง ผู้คนไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมกัน

แต่ปัจจุบันจะก้าวพ้น 4 จีไป 5 จีแล้ว พี่น้องเอ๋ยอย่าให้ใครมาโกหกพกลมเลย ถ้าเจ็บป่วยไปหาหมอ 30 บาทก็รักษาได้ ถ้าอยู่ในประกันสังคม ประกันสังคมก็จ่าย เป็นโรคซึมเศร้า จิตเภท ต้องรักษากับคุณหมอเฉพาะทาง ทุกโรงพยาบาลจะมีคลินิกสุขภาพจิตไม่ต้องอายโรคนี้คนเป็นกันเยอะ ถ้าอยากสวยดั้งโด่ง ตาคม ก็ต้องไปโรงพยาบาลแผนกศัลยกรรมความงาม ทุกวันนี้คนขายโอ้อวดสรรพคุณพูดไปเรื่อย อยากได้ตังค์จึงไม่กลัวผิดศีลข้อ 4 มุสาวาทา

ส่วนคนฟังต้องมีสติก่อนที่ควักเงินออกมาจากกระเป๋า อย่าให้ใครมาหลอกลวงได้ หลายเจ้ายอมถูกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ปรับฐานโฆษณาเกินจริง 30,000 บาท อยู่หลายครั้ง แต่ไม่กลัว เพราะขายของได้มากกว่า จึงยอมถูกปรับเมื่อรายรับเข้ามามหาศาลอย่างนี้ หิริโอตตัปปะ จึงไม่เกิด

ด้วยความเคารพ

สายฮา

ตอบ คุณสายฮา
มุมมองของคุณน่าสนใจ ยกอดีตรถเร่ฉายหนังกลางแปลงเมื่อ 50 ปีก่อนมาเปรียบเทียบ กับการโอ้อวดขายสินค้าทางโซเชี่ยลในวันนี้ ทั้งที่โลกเปลี่ยนไปมาก สื่อก็เข้าสู่ยุคดิจิตอลแล้ว แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือการอวดอ้างเกินจริงมอมเมาหลอกหลวงคนในสังคม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน