คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

บางกลอยบน-ใจแผ่นดิน – ปัญหาของกลุ่มกะเหรี่ยงบางกลอยในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยเข้ายื่นหนังสือต่อสหประชาชาติ เป็นส่วนหนึ่งในปัญหาที่ชาวบ้านกับรัฐบาลมีความเห็น ความต้องการ และปฏิบัติไม่ตรงกัน

ส่วนใหญ่แล้วรัฐบาลต้องการทำให้ชาวบ้านแบบหนึ่ง แต่ชาวบ้านไม่ได้ต้องการรูปแบบที่รัฐบาลเสกสรรขึ้นมาให้

กรณีที่มีชาวบ้านส่วนหนึ่งเดินทางกลับขึ้นไปยังพื้นที่บางกลอยบน-ใจแผ่นดิน ซึ่งเป็นหมู่บ้านดั้งเดิมของบรรพบุรุษ เมื่อกลางเดือนมกราคมปีนี้ เพราะไม่ได้ต้องการวิถีชีวิตที่รัฐบาลจัดแจงไว้ให้

ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐก็ขัดเคืองใจว่ารัฐบาลทำให้ชาวบ้านเพียงพอแล้ว ทำไมต้องไม่พอใจด้วย

กระทรวงทรัพยากรฯ ยึดข้อมูลว่าภาครัฐจัดสรรพื้นที่ให้ชาวกะเหรี่ยงบางกลอยไปแล้ว 1,300 กว่าไร่ ทั้งพัฒนาแหล่งน้ำและอื่นๆ ให้ สรุปว่ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

จนทำให้ชาวบ้านถึงร้อยละ 90 พอใจแล้วแต่มีชาวบ้านเพียงร้อยละ 6 หรือประมาณ 80 คนที่ยังไม่พอใจ

ส่วนมุมมองของเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง แห่งประเทศไทยที่ยื่นหนังสือต่อสหประชาชาติ ระบุว่า ชาวบ้านกลุ่มนี้เผชิญกับความยากลำบากจากการขาดที่ดินทำกินกว่า 20 ปี ภายหลัง ถูกอพยพลงมาตั้งแต่ปี 2539

จึงเรียกร้องให้รัฐคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ให้กลับไปอยู่อาศัยในถิ่นฐานเดิมของบรรพบุรุษได้

เมื่อพบปัญหาแล้วว่า ข้อมูลของรัฐกับข้อมูลของชาวบ้านและเอ็นจีโอไม่ตรงกัน การแก้ไขจึงต้องทำความเข้าใจให้ชัด และตระหนักว่า ถึงจะมีเพียง 80 ชีวิตก็มีความหมาย

ต้องย้อนดูความผิดพลาดของฝ่ายรัฐที่กระทำต่อชาวบ้าน ทั้งการใช้วิธีรุนแรง เผากระท่อม เผายุ้งฉางชาวบ้าน ไปจนถึงกรณีการหายตัวไปของบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ แกนนำต่อสู้ของ ชนกลุ่มนี้ที่ต่อมาสรุปว่าเป็นเหยื่อฆาตกรรม ปรากฏเป็นข่าวใหญ่โต แม้แต่คณะกรรมการมรดกโลกก็รับทราบ

อีกทั้งต้องหยุดมองชาวบ้านอย่างมีอคติ ว่าจะเข้าไปสร้างปัญหาในป่า แต่ต้อง ดูด้วยใจเป็นกลางว่า ชาวบ้านอยู่อย่างกลมกลืนหรือแปลกแยกจากป่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน