คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
หลังไม่ไว้วางใจ – ผลจากการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในสภา ผู้แทนราษฎร ย่อมเกิดประโยชน์ต่อประชาชนที่เฝ้าติดตามฟังโดยไม่น้อย
เป็นการทิ้งคำถามที่จะนำไปสู่การตรวจสอบรัฐบาลที่เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้งบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน
ในที่นี้รวมถึงกองทัพที่มีงบประมาณและรายได้ซึ่งประชาชนหรือตัวแทนประชาชนยังเข้าไม่ถึงกระบวนการตั้งแต่แรกเริ่ม
กว่าชาวบ้านทั่วไปจะรับทราบเรื่อง การจัดซื้ออาวุธต่างๆ ก็เลยมาถึงขั้นตอนของการชำระเงินแล้ว จนเกิดเป็นข้อถกเถียงทางสังคมว่าการใช้ เงินดังกล่าวคุ้มค่าและเหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจเพียงใด
โดยเฉพาะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ทุกคนรับรู้ถึงความเดือดร้อน
นอกเหนือจากการบริหารจัดการเรื่องเงินและงบประมาณ ยังมีประเด็นการใช้อำนาจของรัฐที่จะยังเป็นปัญหาด้านความขัดแย้งทางการเมืองต่อไป
ความขัดแย้งนี้ไม่ได้เกิดระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่เป็นฝ่ายอำนาจนิยมกับประชาชนที่ไม่พอใจโครงสร้างทางอำนาจทางการเมืองและสังคม
เมื่อใดก็ตามที่ฝ่ายอำนาจนิยมอ้างความมั่นคง ความรักชาติ และความดีงามที่เป็นนามธรรม ปิดกั้น เสียงเรียกร้องให้ฝ่ายการเมืองปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ความขัดแย้งดังกล่าวจะยิ่งพอกพูนและหาทางออกไม่ได้
หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว จึงมีความคาดหมายกันว่า การชุมนุม ของกลุ่มเยาวชนที่เรียกร้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจะกลับมาอีก
ขณะนี้ภาคธุรกิจเอกชนที่กลมกลืนอยู่ในโครงสร้างของอำนาจนิยม เริ่มแสดงความวิตกถึงการชุมนุมที่มีแนวโน้มจะหวนกลับมา
เพราะเชื่อว่าจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและความน่าเชื่อถือของประเทศ
แต่ในมุมมองของกลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ ความน่าเชื่อถือของประเทศต้องมาจากโครงสร้างและระบบที่โปร่งใสและจัดสรรความเท่าเทียมในหมู่ประชาชน
ไม่ใช่การปล่อยให้ระบบชนชั้นและกลุ่มทุนใหญ่ฉวยความได้เปรียบทางเศรษฐกิจเอารัดเอาเปรียบคนข้างล่างและประชาชนผู้เสียภาษีไปเรื่อยๆ
ถ้ารัฐบาลยังไม่คิดแก้ไขก็จะไม่น่าไว้วางใจต่อไป