คอลัมน์ ทะลุคน ทะลวงข่าว
แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะลุกลาม ขยายวงต่อเนื่อง
แต่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงหลังสงกรานต์ เดือนเม.ย.ต่อเนื่องถึงเดือนพ.ค. ก็ไม่ได้หยุดชะงัก
3 กลุ่ม 3 ขบวนการ เคลื่อนไหวใหญ่ไล่รื้อระบอบ ‘ประยุทธ์’
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผนึกพลังร่วมกับ พริษฐ์ วัชรสินธุ, ประจักษ์ ก้องกีรติกุล
เคลื่อนไหวในนามเครือข่าย ‘Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่’ อันประกอบด้วย คณะก้าวหน้า, กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า, พรรคก้าวไกล และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) จัดกิจกรรม “ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์” ล่า 1 ล้านรายชื่อ เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา รื้อนั่งร้านระบอบสืบทอดอำนาจ ใน 4 ประเด็นหลัก
1.ล้มวุฒิสภา เดินหน้าสภาเดี่ยว 2.โละศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ปฏิรูปที่มาอำนาจการตรวจสอบ
3.เลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูป ปลดโซ่ตรวนอนาคตประเทศ 4.ล้างมรดกรัฐประหาร หยุดวงจรอุบาทว์ขวางประชาธิปไตย
เริ่มโครงการมาตั้งแต่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา เดินสายทั่วทุกภาคภายใน 6 เดือน
หากได้ครบ 1 ล้านรายชื่อตามเป้า ช่วงปลายปี 2564 จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ารัฐสภาต่อไป
ต่อด้วยกลุ่มของ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ร่วมกับ อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35, วีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น และกลุ่มผู้รักประชาธิปไตย จัดกิจกรรม “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ที่อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรม เมื่อวันที่ 4, 5 และ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา
ปลุกม็อบทุกสีร่วมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พร้อมร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศที่กำลังเดินไปสู่ทางตัน และส่อเกิดกลียุคสงครามกลางเมือง
ก่อนประกาศหยุดยาว เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย จะนัดรวมพลอีกครั้ง
นอกจากนี้ยังมี กลุ่มคนเดือนตุลาเพื่อประชาธิปไตย (Octoberists for Democracy- OCTDEM) นำโดยอดีตคนเดือนตุลา 14 ต.ค.2516 ถึง 6 ต.ค.2519 อาทิ เกรียงกมล เลาหไพโรจน์, จาตุรนต์ ฉายแสง, ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
เคลื่อนไหวเรียกร้องให้ประกันตัวผู้ต้องหาทางการเมืองได้ทุกคน โดยยึดมั่นหลักนิติธรรมนิติรัฐอันเป็นสากล
ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อ่านแถลงการณ์เปิดตัว พร้อมเรียกร้องให้อำนวยความยุติธรรมต่อกลุ่มผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระโดยปราศจากการแทรกแซง
และอนุญาตให้ผู้ที่ถูกจับกุมคุมขังคดีการเมืองได้รับการประกันตัว
ปิยบุตร แสงกนกกุล หรือ ป๊อก เกิด 23 ต.ค. 2522
ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชนและกฎหมายสิ่งแวดล้อม) มหาวิทยาลัยนองต์ ฝรั่งเศส
ปริญญาเอกเกียรตินิยม ดีมาก มหาวิทยาลัย ตูลูส 1 ฝรั่งเศส
อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ตำแหน่งทางวิชาการเป็นรองศาสตราจารย์
ร่วมก่อตั้งกลุ่มนิติราษฎร์ นิติศาสตร์เพื่อราษฎร ย้ำหลักนิติรัฐ และประชาธิปไตย
ลาออกจากราชการงานสอนหนังสือมาเป็นนักการเมืองเต็มตัว
จับมือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งพรรคอนาคตใหม่ คว้าคะแนน 6.2 ล้านเสียงจากพี่น้องประชาชน
ส.ส.ป้ายแดง เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นำความ “ใหม่” สู่วงการเมืองท่ามกลางความสนใจท่วมท้นจากสังคม
เปิดประเด็นนายกฯ นำถวายสัตย์ ไม่ครบถ้อยคำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดจนสังคมตระหนักร่วม นำสู่การเปิดประชุมสภาเพื่อชำระสะสาง
ทั้งการทำหน้าที่อภิปราย ไม่ได้ใช้เพียงวาทศิลป์ วาทกรรม แต่ทุกถ้อยคำมีเหตุผลทางวิชาการและกฎหมายรองรับ
ปลายปี 2562 ผลงานโดดเด่น รับตำแหน่ง “ดาวสภา” สื่อมวลชนประจำสภาผู้แทนราษฎรมอบให้
หลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ในเดือนก.พ. 2563 ตั้งกลุ่มชื่อ คณะก้าวหน้า
14 ต.ค. 2563 เข้าร่วมชุมนุมกับคณะประชาชนปลดแอก บริเวณทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากนายกฯ
จตุพร พรหมพันธุ์ ชื่อเล่น ตู่
ชาวนาสาร สุราษฎร์ธานี เกิด 5 ต.ค. 2508
ปริญญาตรีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ผู้นำนักศึกษาช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535
เข้าร่วมพรรคพลังธรรม ช่วงที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค
ย้ายตามกันออกมาตั้งพรรคไทยรักไทย เป็นโฆษกพรรค
เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อปี 2548 ก่อนศาลสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ตั้งบริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่ จำกัด ทำสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม พีทีวี
ตั้งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ต่อต้านคมช.
หนึ่งในแกนนำบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี
เลือกตั้งส.ส. 23 ธ.ค.2550 ได้เป็นส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน
ก่อนเปลี่ยนเป็นพรรคเพื่อไทย
ตกเป็นจำเลยคดีความมากมาย ภายหลังนปช.-คนเสื้อแดงโดนปราบอย่างโหดเหี้ยมช่วงเม.ย.-พ.ค.2553
รับตำแหน่งประธาน นปช. ต่อจากธิดา ถาวรเศรษฐ
ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ วัย 74 ปี
ภรรยาเป็นชาวสหรัฐอเมริกา
หลังเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ไปศึกษาต่อด้านประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา จนจบปริญญาเอก
อดีตสมาชิกสภาหน้าโดม (2514) และผู้ช่วยบรรณาธิการ สังคมศาสตร์ปริทัศน์ (2516-18)
เป็นคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์รายวันและรายสัปดาห์หลายฉบับ สนใจวรรณกรรม ศิลปะและดนตรี การเมืองและปรัชญา
ศาสตราจารย์แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สนใจศึกษาเรื่องสังคมการเมืองสหรัฐอเมริกามาตลอดชีวิตวิชาการ โดยเฉพาะเรื่องระบบทาส
เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ เคยเขียนหนังสือ “ความเป็นมาของทฤษฎีแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้ของไทย”
หัวหน้าโครงการอาเซียนศึกษา วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์