ราคากลางสัมปทานรังนก
เรียน บ.ก.
เรื่องการสัมปทานเก็บรังนกนางแอ่น ในหมู่เกาะสี่ เกาะห้า ท้องที่ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์ทางธรรมชาติ ว่ากันว่าเป็นรังนกที่มีคุณภาพดีที่สุดในเอเชีย แต่ในเวลานี้ใกล้จะหมดสัมปทานในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ สิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนคือ ในครั้งแรกที่เปิดประมูลไม่มีบริษัทรายใดเข้าไปยื่นซองสัมปทานรังนกพัทลุงกันเลย เกิดอะไรขึ้น
กระทั่งจะเปิดประมูลกันอีกครั้งที่ 2 ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ เท่าที่ทราบเปิดประมูลครั้งแรกกำหนดราคากลางกันที่ 500 ล้านบาท ระยะสัญญาสัมปทานนาน 5 ปี เมื่อไม่มีบริษัทใด ไม่มีผู้มาขอยื่นสัมปทาน
จึงมีการพิจารณากันว่าจะพิจารณา 2 แนวทาง คือปรับลดราคากลางจากราคากลาง 500 ล้านบาท ลดเหลือราคากลาง 475 ล้านบาท และให้ตัดรายการเงื่อนไขแนบท้ายสัญญา แนวทางที่ 2 ปรับลดราคากลางลง 450 ล้านบาท แต่ไม่ตัดรายการเงื่อนไขแนบท้ายสัญญา ได้แก่ การจัดซื้อเรือหางยาว 1 ลำ รถยนต์กระบะ 2 คัน และรถตู้อีก 1 คัน จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ในเมื่อไม่มีผู้ยื่นซองประมูลก็อย่าลดมาตรฐานราคากลางเลย ด้วยเหตุผลที่ว่า
1.รายได้ที่ได้จากการสัมปทานถือเป็นรายได้ท้องถิ่นทั้งเทศบาล และอบต.ต่างจะได้รับรายได้เหล่านี้เพื่อไปพัฒนาท้องถิ่นของตน
2.ต้องยอมรับว่าในสภาพวิกฤตจากการแพร่ระบาดของ โควิดทำให้จัดเก็บภาษีที่ท้องถิ่นได้รับผลกระทบ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่มีรายได้ลดลง บางรายตกงาน ดังนั้น รายได้จากสัมปทานรังนกจะได้มาช่วยเหลือท้องถิ่นได้
3.รังนกเก็บรักษาได้นานเป็นปี แม้ว่าในขณะนี้การส่งออกไปขายยังประเทศปลายทางยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่เมื่อวิกฤตโควิดผ่านพ้นไป ค้าขายก็จะปกติ ผู้บริโภคที่ชื่นชอบรังนกก็ยังบริโภคกันอยู่เพราะเชื่อว่ารังนกมีสรรพคุณมากมาย
เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่และเป็นประโยชน์ของจังหวัดพัทลุง ราคากลางในการสัมปทานควรมีมาตรฐาน
ด้วยความเคารพ
แห้วจูด
ตอบ แห้วจูด
จากขุมทรัพย์มูลค่ามหาศาล มาวันนี้การประมูลสัมปทานรังนกกลายเป็นเงียบเหงา อาจจะเกิดจากปัญหาตลาดต่างประเทศปรับเปลี่ยนไปจนทำให้ส่งออกลำบาก แต่ขณะดียวกันข้อเรียกร้องของคุณคือ ไม่ต้องการให้ปรับลดราคากลางในการเปิดประมูลเพราะเป็นรายได้ของท้องถิ่น ยิ่งในภาวะโควิดยิ่งเก็บภาษีได้ยาก แต่จะทำอย่างไรในการจูงใจให้มีผู้เข้ามายื่นซองประมูลให้ได้ ก็เป็นเรื่องน่าคิด
สภากทม.โปรดทบทวน
เรียน บ.ก.ข่าวสด
สภากรุงเทพมหานครกำลังพิจารณาเรื่องที่กทม.มีนโยบายช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบโควิด จัดสรรงบประมาณเร่งด่วนฉุกเฉิน 50 ล้านบาท เยียวยาและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด ให้เงินสนับสนุนทุนประกอบอาชีพแก่ผู้เดือดร้อนว่างงานเขตละ 1 ล้านบาท รายละ 5,000 บาท เฉลี่ยเขตละ 200 ราย รวม 50 เขต 10,000 ราย นับกันจริงๆ แต่ละเขตจะมีมากกว่า 200 ราย เฉพาะเพียงซอยหลัก ยังไม่นับรวมซอยย่อยที่มีผู้เดือดร้อนกันนับสิบขึ้น ร้านขายของประเภทรถเข็นแผงลอยมากมาย หวั่นว่าจะไม่ทั่วถึงจะเกิดข้อครหาว่าคนนั้นได้ คนนี้ไม่ได้ เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า มีวิธีอื่นไหมที่จะช่วยเหลืออย่างทั่วถึงมากกว่าเจาะจง
นับถือ
กล้วยปิ้ง
ตอบ กล้วยปิ้ง
ข้อเรียกร้องของคุณน่าสนใจ หวังว่าสภากรุงเทพมหานครจะได้รับฟังประกอบการพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้การเยียวยาได้อย่างทั่วถึง ไม่เกิดลักลั่นและข้อครหาตามมา