บัญชีม้า หรือการซื้อขายบัญชีเพื่อให้มิจฉาชีพนำไปใช้ในการหลอกลวงประชาชน ปัจจุบันพบว่ามีผู้ยอมขายบัญชี แลกกับเงินเพียงเล็กน้อย สร้างความสูญเสียกับประชาชนจำนวนมาก
มีการโพสต์ซื้อขายกันทางออนไลน์ราวกับเป็นของที่ถูกต้อง กระทั่งเจ้าหน้าที่ต้องเดินหน้าเอาผิดผู้ครอบครอง บัญชีเหล่านี้อย่างจริงจัง

ขั้นตอนเปิดบัญชีม้า
โดยในการประชุมคณะกรรมการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ ครั้งที่ 1/2565 ว่า ได้มีการพิจารณาตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กำหนดให้พฤติการณ์การเปิดบัญชีม้าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ย้อนไปเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 21 ก.พ. ตำรวจชุดสืบสวนบช.น. นำโดย พล.ต.ต. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ. ธีระชัย ชำนาญหมอ พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รอง ผบก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์ พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.
พ.ต.ท.พิทักษ์ ศรีกะแจะ สว.กก. วิเคราะห์ฯ พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. จับกุม น.ส.เมย์ษาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงดอนเมือง ที่ 224/2564 ลง 30 ธ.ค.2564 ข้อหา “ฉ้อโกง” จับกุมได้ที่บ้านพักอาศัยที่จ.กาฬสินธุ์
สืบเนื่องจาก น.ส.เมย์ษาพร ขายบัญชีธนาคารของตนเองไปให้กลุ่มมิจฉาชีพได้นำไปหลอกขายสินค้าทางโลกออนไลน์ จนถูกผู้เสียหายแจ้งความข้อหาฉ้อโกงในที่สุด แต่แทนที่จะเลิก เจ้าตัวกลับผันตัวเป็นนายหน้า ตัวกลางในการซื้อ-ขายบัญชีธนาคารให้แก่บุคคลอื่นอีกมากมาย ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทำการออกหมาย
ต่อมาชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. สืบทราบว่า น.ส.เมย์ษาพรหนีกลับไปกบดานที่บ้านเกิด จ.กาฬสินธุ์ จึงนำกำลังตรวจสอบจนกระทั่งจับกุมตัวได้ดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวนสน.ทุ่งสองห้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

แฉทุกขั้นตอน นายหน้าสาว
สอบสวนน.ส.เมย์ษาพรสารภาพว่า หลังจากที่ได้ขายบัญชีของตนเองให้กับมิจฉาชีพเอาไปหลอกขายสินค้าจนถูกขึ้น แบล็กลิสต์ในโลกออนไลน์แล้ว จึงทำให้บัญชีธนาคารที่เป็นชื่อของตนเองไม่สามารถขายได้อีกต่อไป เพราะไม่มีใครรับซื้อ จึงผันตัวเป็นนายหน้าจัดหาบัญชีให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ อีกทอดหนึ่ง โดยรับซื้อมาในราคา 400-500 บาท และนำไปขายต่อในราคา 1,000-3,000 บาท ทำมาได้ประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งธนาคาร 2 แห่งจะมีราคาแพงที่สุดเพราะใช้งานง่ายและดูน่าเชื่อถือ หรือเจ้าของบัญชีไม่มีประวัติเคยถูกแจ้งความฉ้อโกง มีทั้งสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มก็จะมีราคาที่สูงขึ้นตามลำดับ โดยเริ่มแรกหาจากบัญชีคนใกล้ตัว ต่อมาก็ลงประกาศรับซื้อในกลุ่มซื้อ-ขายบัญชีในเฟซบุ๊ก
เจ้าตัวเผยขั้นตอนการซื้อขายบัญชีว่า หลังจากที่หลายๆ ธนาคาร ให้เปิดบัญชีแบบออนไลน์ได้ ทำให้การรับซื้อ-ขายบัญชีสะดวกขึ้นอย่างมาก ผู้ขายไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเปิดบัญชีที่ธนาคารด้วยตนเอง แค่ส่งรูปบัตรประชาชนมาให้ตนก็จะนำไปสมัครผ่านแอพฯ ธนาคาร จากนั้นจะส่ง QR CODE ให้ผู้ขายไปยืนยันตัวตนร้านสะดวกซื้อ หลังจากยืนยันตัวตนเสร็จจะมีรหัส OTP ส่งไปให้ที่เบอร์โทรศัพท์ ที่ตนผูกกับบัญชีธนาคารเตรียมไว้แล้ว

โพสต์ซื้อ-ขายบัญชี
จากนั้นตนจะแจ้งรหัส OTP ให้ผู้ขายกรอกในระบบที่ร้านสะดวกซื้อ เป็นอันแล้วเสร็จ จะได้ใช้บัญชีนี้ผ่านแอพพลิเคชั่นธนาคาร โดยไม่จำเป็น ต้องมีบัตร ATM หรือสมุดบัญชี โดยขั้นตอนดังกล่าวใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.เมย์ษาพรซื้อ-ขายบัญชีเหล่านี้ไปไม่น้อยกว่า 50 บัญชี คาดว่าน่าจะทำมาแล้วมากกว่า 2-3 เดือน
ขณะที่ทนายเก่ง นายนฤบดินทรา ศรีศิวารา ได้โพสต์คลิป หญิงสาวกอดแม่ร้องไห้ หลังจากขายบัญชีให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งได้รับค่าจ้างเพียง 500 บาท แต่สุดท้ายตัวเองต้องติดคุก โดยโพสต์ระบุว่า เสียงสั่งลาของแม่ ขณะตำรวจทีมงานทนายเก่งเข้าจับกุม (คดีของบอสโจ สาวน้อยเพชรบ้านแพง) “ไปชดใช้กรรมที่เราก่อมา…ในคุก นะลูก” เสียงสั่งลาทั้งน้ำตาของแม่ที่สั่งลาลูก เหตุเพราะลูกสาวรับจ้างเปิดบัญชีให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์
พร้อมแนะนำว่า หากคนในบ้านของท่านเคยรับจ้างเปิดบัญชี ให้รีบแจ้งธนาคารเพื่อปิดเดี๋ยวนี้
สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย – เรื่อง/ภาพ