การซื้อขายเสียงเลือกตั้ง
เรียน บ.ก.

ส.ว.ท่านหนึ่งระบุว่า ในสภาพความเป็นจริงการเลือกตั้งทั้งท้องถิ่นหรือระดับประเทศล้วนแต่ซื้อสิทธิ์ขายเสียงกัน ทั้งนั้น ถึงแม้กฎหมายจะเอาผิดทั้งผู้ให้และผู้รับ แต่ก็จับ ผู้กระทำผิดไม่ได้ เพราะไม่มีใครเป็นพยาน

จึงเห็นสมควรว่าควรแก้กฎหมายการเลือกตั้งในกรณีให้ผู้รับไม่มีความผิด และสามารถเอาเงินที่รับมาได้เข้ากระเป๋าตัวเอง หรือนำไปเป็นหลักฐานพิสูจน์ความถูกผิดผู้ให้ได้ ขอถามว่าถ้าแก้แล้วจะมีผู้รับมาแจ้งความหรือ

เพราะการจะแจกเงินส่วนใหญ่ก็ผ่านหัวคะแนนในพื้นที่ทั้งนั้น หัวคะแนนจะรู้อยู่คนไหนควรให้ คนไหนไม่ควร และการแจกเงินส่วนใหญ่จะเป็นในพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันสูง มีผู้นิยมสูสีกัน หากคนไหนแผ่วถูกแซงแน่

ยิ่งตอนนี้นับคะแนนกันในหน่วยเลือกตั้งก็ง่ายต่อการตรวจสอบ จะให้เงินใครสุ่มสี่สุ่มห้า หัวคะแนนอาจเจ็บตัวได้ ซึ่งความคิดเห็นของท่านส.ว.อาจจะไปขัดแย้งกับ นักวิชาการและความเห็นของคนส่วนใหญ่ได้

เนื่องจากปัญหาการซื้อเสียงเป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้ประชาธิปไตยไม่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย แต่ก็เห็นด้วยเรื่องให้มีมหรสพระหว่างหาเสียงนั้น อย่างน้อยก็สร้างความครึกครื้นในการหาเสียง แต่ก็ต้องระมัดระวังเหตุทะเลาะวิวาทต่างกลุ่ม ต่างพรรคกันได้

ใยบัว

ตอบ ใยบัว
อันที่จริงในช่วงที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ซึ่ง ส่งเสริมระบบพรรคการเมืองให้เข้มแข็ง เป็นยุคที่การหาเสียงของพรรคการเมืองบางพรรคยกระดับเป็นการใช้นโยบายที่พลิกโฉมสังคม ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากนโยบายของพรรคการเมืองเป็นชิ้นเป็นอัน เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค จนทำให้วิธีการหาเสียงโดยการซื้อเสียงหมดความหมายไปมาก เสียดายที่นโยบายของพรรคการเมืองแบบดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าเป็นประชานิยม และมีการใช้รัฐประหารล้มกระดาน แล้วเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ที่ทำให้การเมืองถอยหลังเช่นทุกวันนี้

คดี‘สารบีที’ล่าช้าเนิ่นนาน
เรียน บ.ก.ข่าวสด

การใช้งบประมาณของแต่ละหน่วยงานในภาครัฐมีขั้นตอนผ่านคณะกรรมการ กว่าจะผ่านการอนุมัติได้ดูเหมือนรอบคอบถี่ถ้วน แต่ก็มีหลายโครงการสร้างความผิดหวังอย่างมาก เช่น โครงการซื้อสารบีทีเพื่อปราบแมลงดำหนามสวนมะพร้าวที่จ.ประจวบฯ จำนวน 193 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2555 มีการร้องเรียนว่าสารบีทีที่จัดซื้อนั้นเป็นของปลอม เนื่องจากเกษตรกรที่นำไปใช้แล้วไม่ได้ผล

จึงต้องเก็บสารเคมีดังกล่าวไว้ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบฯ และในเมรุร้างที่วัดนาหูกวาง อ.ทับสะแก จนเวลานี้เกือบ 10 ปีแล้ว สารเคมีเหล่านี้ก็ยังกองกันอยู่ เสียดายทั้งเงินที่สูญไปกว่าร้อยล้าน และสถานที่ที่เก็บสารเคมี แทนที่ห้องประชุมจะได้เปิดใช้งานตามวัตถุประสงค์ในการสร้างห้องประชุม แต่ต้องมาเก็บสารเคมี เช่นเดียวกับเมรุที่ใช้งานสำหรับฌาปนกิจต้องมาเก็บสารเคมีเช่นกัน

และสุดท้ายก็ยังหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ ไหนว่าเงินหลวงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ แต่เห็นหลายโครงการที่ผ่านมาเงินหลวง เงินงบประมาณสูญหายไปกับสายลมและแสงแดด

เบื่อหน่าย

ตอบ คุณเบื่อหน่าย
อ่านข้อร้องเรียนแล้วน่าเห็นใจชาวบ้านในพื้นที่จริงๆ หวังว่าคณะกรรมการป.ป.ช.จะเร่งสอบสวนคดีนี้ เพราะล่าช้าเนิ่นนาน จนชาวบ้านไม่ได้ใช้หอประชุม ไม่ได้ใช้เมรุเผาศพ ต้องเอาไปใช้เป็นที่เก็บของกลางมาเกือบ 10 ปีแล้ว ป่านนี้สารเคมีของกลางก็คงหมดสภาพใช้การไม่ได้แล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน