สดจากสนามข่าว
ยุทธศักดิ์ สุขเจริญ ศุภมาศ จงสกุล เรื่อง/ภาพ
แวดวงเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “หมออนามัย” ต้องเกิดความสูญเสียขึ้น เมื่อหมออนามัยหนุ่มผู้มากอุดมการณ์ต้องมาเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยเหตุฆาตกรรม
แม้ตำรวจจะจับกุมผู้ก่อเหตุได้ พร้อมคำสารภาพผิด
แต่บรรดาญาติของผู้ตายยังมีข้อกังขา รวมถึงเพื่อนสนิทมิตรสหาย ทั้งร่วมรุ่น และร่วมอาชีพ รวมถึงคนไข้ ต่างโพสต์ข้อสงสัยในประเด็นเดียวกัน เพราะทั้งหมดไม่มีใครเชื่อว่า ปมสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาวตามคำรับสารภาพที่ออกจากปากของฆาตกร
เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 22 ม.ค. เมื่อ ร.ต.อ.ธรรม เข็มทอง รองสว.สอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต อยู่ริมถนนบริเวณร่องน้ำถนนสายบ้านแม่ละมุ่น-ห้วยแม่ปลาสร้อย จุดเกิดเหตุห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าแม่ละมุ่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ประมาณ 400 เมตร
หลังรับแจ้งจึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อม นายจีระศักดิ์ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.ท. พรชัย เพ็ชรเจริญ รอง ผกก.ป. รรท.ผกก.สภ.ด่านแม่แฉลบ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์ร.พ.ท่ากระดาน และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์
ที่เกิดเหตุพบศพ นายชลิต จินตนา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/2 หมู่ 4 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ปลายนาสวน นอนคว่ำหน้ากับ พื้นถนน
ใบหน้ามีบาดแผลฉกรรจ์คล้ายถูกทุบด้วยของแข็ง แขนขวาและลำตัวถูกยิงดัวยกระสุนปืนความเร็วสูง ใกล้กันพบรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บม 5331 กาญจนบุรี ของผู้ตายจอดอยู่ บริเวณประตูรถด้านขวาฝั่งคนขับมีรอยถูกกระสุนยิง 2 นัด
เจ้าหน้าที่ทราบว่า เมื่อเวลา 17.00 น. วันเกิดเหตุ ผู้ตายเสร็จงานจาก ร.พ.สต.ปลายนาสวน แต่มีธุระต้องไป ร.พ.สต.ท่าสนุ่น จึงขับรถกระบะเพื่อไปขึ้นแพขนานยนต์ข้ามฝั่ง
แต่บังเอิญเป็นช่วงเวลาพักของคนขับแพขนานยนต์ และมีรถรอคิวอยู่มาก
ผู้ตายจึงเปลี่ยนใจ ขับรถอ้อมไปใช้เส้นทางถนนสายเอราวัณ-ศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นถนนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ กระทั่งมาถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว
ขณะเจ้าหน้าที่กำลังสืบหาเบาะแสคนร้ายอยู่นั้นเอง ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายนรินทร์ ทรงนิติกุล นายอำเภอศรีสวัสดิ์ ก็พาตัว นายทรงวุฒิ อุดม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ 5 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ตำแหน่งพนักงานราชการ หน.หน่วยพิทักษ์ป่าแม่ละมุ่น เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ พร้อมสารภาพว่าเป็นผู้ยิงนายชลิตเสียชีวิต
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า เป็นการเข้าใจผิดว่าผู้ตายเป็นพวกลักลอบตัดไม้ทำลายป่า
นายทรงวุฒิให้การว่า ก่อนเกิดเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าแม่ละมุ่น เห็นรถยนต์คันดังกล่าววิ่งผ่านมาด้วยความเร็ว ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นรถยนต์ของขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืน เอชเค 33 ยิงใส่รถยนต์คันดังกล่าวไป 2 นัด
ผู้ตายถูกยิงเข้าลำตัวตะเกียกตะกายมาจากรถเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่สุดท้ายมาเสียชีวิตที่ร่องน้ำ พอเข้าไปตรวจสอบ จึงทราบว่า เป็น ผอ.ร.พ.สุขภาพตำบลปลายนาสวน จึงตัดสินใจเข้าพบนายนรินทร์ให้พาเข้ามอบตัวดังกล่าว
แต่คำให้การของนายทรงวุฒิมีพิรุธหลายอย่าง ตำรวจจึงเค้นสอบสวนทั้งคืน กระทั่งยอมคายความจริงออกมาในที่สุดว่า จงใจดักสังหารผู้ตายเพราะความหึงหวง ด้วยระแวงว่าผู้ตายมีพฤติกรรมใกล้ชิดกับภรรยาของตน ซึ่งทำงานอยู่อีกโรงพยาบาลหนึ่ง
เมื่อเห็นรถผู้ตายแล่นผ่านด่านตรวจจึงเกิดแค้นใจ คว้าปืนเอชเคยิงใส่ถูกอีกฝ่าย แต่ยังไม่เสียชีวิต โดยผู้ตายพยายามตะเกียกตะกายลงมาจากรถ ก่อนที่ตนจะตามไปใช้ด้ามปืนทุบซ้ำจนเสียชีวิตดังกล่าว
หลังได้คำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 24 ม.ค. ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร”
พ.ต.ท.พรชัยเผยว่า จากการนำปัสสาวะของผู้ต้องหาไปตรวจพบสารเสพติดประเภทกัญชา แต่จะต้องนำไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 3 อาทิตย์ ก็คงจะรู้ผล
ส่วนคำรับสารภาพของผู้ต้องหาว่า เกิดจากความแค้นที่ผู้ตายไปมีความสนิทสนมเชิงชู้สาว กับภรรยาของผู้ต้องหา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ โดยจากการสอบปากคำญาติของผู้เสียชีวิต รวมทั้งเพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิทของผู้ตาย ต่างก็ไม่เชื่อว่ามูลเหตุเกิดจากเรื่องชู้สาว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนพยานบุคคลเพิ่มเติม เช่น สอบปากคำญาติของผู้ตาย รวมทั้งเพื่อนๆ ที่ทำงานอยู่ด้วยกัน คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนคดีส่งให้อัยการได้ภายใน 1 เดือน
ไม่ว่าผลสรุปของคดีจะออกมาอย่างไร ชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารก็ต้องขาดหมออนามัยที่เต็มเปี่ยมอุดมการณ์ไปอีกคน