ขบวนการโกงเงินคนจน “ปณิดา” แฉ-ปปท.สอบ ส่งผลสะเทือน มมส-พม.

ทะลุคนทะลวงข่าว

จากกรณีน้องแบม น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ร้องเรียนการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระหว่างไปฝึกงานที่ศูนย์ดังกล่าว

จนกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ภายใต้การนำของ พ.ท. กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการป.ป.ท. เร่งเดินหน้าสอบสวนตามข้อร้องเรียน ขยายผลไปยังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ

พบการกระทำผิดในพื้นที่อื่นๆ เช่น เชียงใหม่ หนองคาย บึงกาฬ น่าน สุราษฎร์ธานี และตราด

ทั้งการปลอมลายมือชื่อ เบิกจ่ายเงินไม่ครบตามความจริง และมีการสวมสิทธิคนไร้ที่พึ่ง มีเจ้าหน้าที่ระดับผอ.ศูนย์ 5 ราย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับลูกจ้าง พนักงานและคนนอก เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานการเบิกจ่ายเงินอีก 21 จังหวัด ปัจจุบันพบพื้นที่ที่เข้าข่ายการทุจริตแล้ว 28 จังหวัด

ขณะเดียวกันยังไล่บี้กันตั้งแต่คนในกระทรวง พม. ย้ายปลัดกระทรวงพม.และรองปลัดกระทรวงพม.มาประจำสำนักนายกฯ เพื่อเปิดทางให้การสอบสวนทำได้โดยไร้ปัญหาอุปสรรค

ล่าสุด แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับคดี แต่โยงใยถึงอาจารย์ของมมส สั่งให้ “น้องแบม”กราบบุคคลในศูนย์คนไร้ ที่พึ่ง แล้วทุบหลัง

ขณะที่ สายไหม ไชยศิรินทร์ หัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มมส ออกมาชี้แจงต่อกรณีสั่งให้ไปกราบและทุบหลังลูกศิษย์

ศศ.บ.(การพัฒนาชุมชน) มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

ปริญญาโท (การวางแผนพัฒนาชุมชนและภูมิภาค) สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

กำลังศึกษาปริญญาเอก สาขา Development Administration (กลับมาทำงานแล้วแต่ยังไม่สำเร็จการศึกษา) มหาวิทยาลัยเซาท์แอฟริกา สาธารณรัฐแอฟริกาใต้

ระบุทราบปัญหาเกี่ยวกับความ ไม่สบายใจของนิสิตในการพบการทุจริตภายในศูนย์ จึงลงพื้นที่ไป ไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างนิสิตและ เจ้าหน้าที่

เมื่อไกล่เกลี่ยเสร็จ และนิสิตยืนยันจะฝึกงานต่อ เพราะเหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ และเพื่อให้บรรยากาศการฝึกงานราบรื่น จึงให้นิสิตกราบขอโทษเจ้าหน้าที่ซึ่งตอนนั้นเจ้าหน้าที่ก็กล่าวขอโทษด้วย

ยืนยันในตอนนั้นบอกให้กราบขอโทษผู้ใหญ่ ไม่ใช่ให้กราบขอโทษคนโกง

ส่วนเรื่องการทุบหลังนั้น เนื่องจากรู้สึกมันเขี้ยว ไม่ได้ทำเพราะอารมณ์โกรธเกรี้ยวแต่อย่างใด

ยอมรับกรณีที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบมากทั้งต่อตัวเองและคณะ ถูกข่มขู่คุกคาม ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม

จึงไม่อยากให้มองว่าอาจารย์มีความขัดแย้งกับลูกศิษย์ เรื่องที่เกิดขึ้นต้องให้อภัยกัน

เพราะการให้อภัยถือเป็นการให้ทานอย่างสูงสุด

พ.ท.กรทิพย์ ในฐานะรับผิดชอบการตรวจสอบทุจริตภาครัฐ

พื้นเพเป็นชาวอุบลราชธานี นิติศาสตร์ บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 


เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

เริ่มรับราชการ ปี 2525 ประจำ กองกฤษฎีกาทหารและการต่างประเทศ กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม

เติบโตในพื้นที่ภาคอีสาน ในตำแหน่งนายทหารพระธรรมนูญ

มิ.ย. 2542 เป็นตุลาการพระธรรมนูญ ศาลทหารกรุงเทพ

เม.ย. 2547 โอนไปรับราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม

ต.ค. 2551 โอนไปรับราชการ สำนักงานป.ป.ท. ตำแหน่งผอ.สำนัก ปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 

มี.ค. 2558 เป็นรองเลขาธิการ ป.ป.ท.

ธ.ค.2560 ได้รับสรรหาขึ้นเป็น เลขาธิการป.ป.ท.

ยืนยันผลสอบสวนเบื้องต้น ไม่มีอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าไปเกี่ยวข้อง

แต่พบว่ามี “คนนอก” ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ทั้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ที่ไม่ใช่ข้าราชการเข้าไปเอี่ยวทุจริตด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังสาวไม่ถึงนักการเมืองท้องถิ่น ปลัดกระทรวงและรองปลัดกระทรวงพม.

แต่หากพบการกระทำทุจริตที่เกี่ยวพันกับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอยู่ในอำนาจของป.ป.ช ก็พร้อมส่ง ไม้ต่อให้ป.ป.ช.ดำเนินการ

ระบุด้วยว่า ยังได้รับข้อมูลว่ามีการทุจริตการใช้เงินงบประมาณของนิคมสร้างตนเอง

ยืนยันจะเร่งตรวจสอบทุจริตของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ 76 แห่ง ให้เสร็จภายใน 31 พ.ค.นี้

น้องแบม ปณิดาวัย 23 ปี เกิดที่ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น

บิดาเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร และมารดาคือ น้อมจิตต์ ยศปัญญา 

จบมัธยมจากโรงเรียนขอนแก่น วิทยายน

สอบเข้าเรียนเป็น นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4

เปิดเผยถึงสาเหตุการเปิดโปง ทุจริตว่า

“ผู้ใหญ่สั่งให้เราทำการทุจริต เรารู้สึกละอายแก่ใจ ที่เราเรียนสาขาพัฒนาชุมชนแล้วต้องไปทำเอกสารที่ไม่ยุติธรรมกับชาวบ้าน รู้สึกรับไม่ได้จึงต้องลุกขึ้นมาร้องเรียน”

ส่งผลสะเทือนให้นายกฯ คสช. สั่งป.ป.ท. ลุยตรวจสอบโกงเงินคนจนทั่วประเทศ

ล่าสุด ได้รับรางวัลเกียรติคุณในฐานะต้นแบบคนรุ่นใหม่ ที่ไม่เพิกเฉยต่อความไม่ถูกต้อง กล้าเปิดโปงขบวนการคอร์รัปชั่น