สดจากสนามข่าว
ชาติชาย เกียรติพิริยะ เรื่อง/ภาพ
นายสุธาวุฒิ สาลีพันธุ์ รู้สึกถึงความผิดปกติ ขณะพาสุนัขที่เลี้ยงไว้มาเดินเล่นในบริเวณเกาะญวน หมู่ที่ 6 ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 22 ต.ค. ด้วยกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงที่โชยคลุ้งอยู่ทั่วบริเวณริมถนนท้ายเกาะญวน
เจ้าตัวพยายามเดินหาที่มาของกลิ่นเหม็นเน่า จนไปพบถุงพลาสติกสีดำที่ใช้ใส่ขยะถูกมัดปากทิ้งอยู่ในพงหญ้าข้างถนน ด้วยความสงสัยจึงนำไม้มาเขี่ยที่ถุงขยะเพื่อตรวจสอบดูว่าภายในมีอะไรตายอยู่กัน แน่จึงมีกลิ่นเน่าเหม็นรุนแรงขนาดนี้ ก่อนจะต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเป็นศพผู้เสียชีวิต
พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.ชวโรจน์ ทองรอด รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.หนองปลิง ชุดสืบสวน สภ.หนองปลิง ทีมสืบสวนจังหวัดนครสวรรค์ แพทย์เวร ร.พ.สวรรค์ประชารักษ์ และอาสาสมัครกู้ภัยนครสวรรค์ รีบรุดไปตรวจสอบทันทีที่รับแจ้งเหตุสยองขวัญ
พลันที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำถุงขยะออกมาจากป่าหญ้า เพียงแค่เผยอปากถุงออกแค่นั้น ทั้งเจ้าหน้าที่และไทยมุงก็ต้องผงะกับกลิ่นเหม็นรุนแรงก็คลุ้งออกมา โดยภายในถุงพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ศพอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย ใบหน้าเละ ที่ข้อมือ 2 ข้างถูกสายไฟมัดเอาไว้ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน
ขณะกำลังชันสูตรศพอยู่ก็มี นายสุเทพ นาทอง อายุ 66 ปี เดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อขอดูศพ ก่อนจะยืนยันว่าศพหญิงที่ถูกฆ่าคือ นางสุภาพร พัทยาวรรณ อายุ 67 ปี ภรรยาของตนเองที่หายตัวไปจากบ้านนานกว่า 5 วันแล้ว
นายสุเทพบอกว่าภรรยาหายตัวไปจากบ้านบริเวณวัดวรนาถบรรพต หรือวัดกบ (พระอารามหลวง) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา และได้แจ้งความไว้ที่ สภ. เมืองนครสวรรค์ เมื่อทราบข่าวพบศพหญิงถูกฆ่าจึงเดินทางมาขอดู โดยตนจำชุดเสื้อผ้าที่ภรรยาสวมใส่ กับต่างหูเพชรเม็ดเล็ก และสร้อยคอทองคำที่ศพได้ว่าเป็นของนางสุภาพร ภรรยาที่หายไปอย่างแน่นอน
พอนายสุเทพยืนยันเช่นนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตั้งประเด็นสาเหตุของการถูกฆาตกรรมในครั้งนี้ได้ทันที ว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินๆ ทองๆ เนื่องจากนางสุภาพรผู้ตายนั้นเป็นคนมีฐานะร่ำรวย มีทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์หลายรายการ และยังเป็นเจ้าแม่ปล่อยเงินกู้รายใหญ่ในตลาดเทศบาลนครนครสวรรค์อีกด้วย
ทีมสืบสวนคลี่คลายคดี มุ่งไปที่ 3 ประเด็น คือ ฆ่าเพื่อล้างหนี้ ฆ่าเพื่อจะเอาประกันและฆ่าเพื่อเอามรดก แต่ยังไม่ฟันธงไปที่ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เนื่องจากต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของการฆาตกรรมโหดให้แน่ชัดเสียก่อน
วันรุ่งขึ้น ตร.สภ.หนองปลิงประชุมทีมสืบสวนและแบ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนออกเป็น 2 ชุด เพื่อสืบสวนในประเด็นลูกหนี้ฆ่าล้างหนี้ กับเรื่องมรดกของคนในครอบครัว โดยจัดกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และลงพื้นที่หาข่าวรวมทั้งตรวจหารถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขี่ออกไปก่อนถูกพบเป็นศพ จนกระทั่งได้เบาะแสสำคัญที่อาจนำไปสู่การจับกุมตัวฆาตกรได้ โดยเจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย รวมทั้งโทรศัพท์มือถือที่มีผู้พบถูกทิ้งเอาไว้และเก็บเอาไปใช้
จากการตรวจสอบข้อมูลการโทร.เข้าโทร.ออก พบว่าก่อนเสียชีวิตมี นายอิทธิพร กรรมิน อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นลูกหนี้คนหนึ่งโทรศัพท์มาหาผู้ตาย อีกทั้งเมื่อนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบ ก็เห็นภาพเจ้าตัวขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักซึ่งเป็นร้าน รับซ่อมมือถือตอนกลางดึก โดยไม่เปิดไฟหน้ารถ ซ้ำยังมีถุงพลาสติกสีดำลักษณะแบบเดียวกับถุงใส่ศพผู้ตายวางอยู่ตรงที่พักเท้า
หลังหลักฐานชี้ชัดไปที่นายอิทธิพร วันที่ 26 ต.ค. ตำรวจ สภ.หนองปลิง นำหมายจับเข้าควบคุมตัวนายอิทธิพรที่ร้านซ่อมมือถือ เลขที่ 3/20 ซอยลูกเสือ ข้างวัดนครสวรรค์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เบื้องต้นนายอิทธิพรยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ด้วยหลักฐานที่มัดแน่นสุดท้ายจึงยอมเปิดปากรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่านางสุภาพรจริง เนื่องจากกู้เงินมาลงทุนทำร้านซ่อมโทรศัพท์ จำนวน 2 แสนบาท แล้วนำโฉนดที่ดินพื้นที่ 2 งานไปค้ำประกันไว้ ภายในระยะเวลา 2 ปี ถ้าไม่ไถ่ถอนคืนที่ดินจะตกเป็นของนางสุภาพร และใกล้ถึงกำหนดแล้ว แต่ยังไม่มีเงินไปไถ่ถอนคืน จึงเกรงว่าจะถูกยึดที่ดิน
“วันที่ 17 ต.ค. ผมโทรศัพท์ให้คนตายมารับเงินที่ร้าน เวลาประมาณ 13.30 น. พอมาถึงผมจึงลงมือใช้เชือกรองเท้าสองเส้นมัดคอจนเสียชีวิต แล้วใช้สายไฟมัดมือมัดเท้ายัดศพใส่ถุงพลาสติกสีดำที่ใช้ใส่ขยะ มัดปากถุงแล้วรอเวลาให้มืดก่อนค่อยนำศพออกไปทิ้ง
กระทั่งเวลา 03.55 น. วันที่ 18 ต.ค. ผมจึงนำถุงดำที่ใส่ศพไว้มาวางที่ว่างตรงที่พักเท้าหน้ารถ จยย.ฮอนด้า เวฟ 100 สีเทา ทะเบียน คขน 342 นครสวรรค์ แล้วขี่โดยปิดไฟหน้ารถออกจากร้าน เลี้ยวขวาย้อนศรออกไป เลี้ยวขวาไปตามถนนโกสีย์ผ่านโรงน้ำแข็งหลอดนครสวรรค์ หลังโรงพยาบาลรวมแพทย์ เลี้ยวซ้ายลงถนนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เลี้ยวขวาเข้าไปที่เกาะญวน หลังจากนั้นได้นำศพในถุงดำไปหมกไว้ในป่าหญ้า ก่อนที่จะขับขี่รถ จยย.วน มาออกทางตึกเหลือง กลับเข้าถึงร้านซ่อมโทรศัพท์เมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. จากนั้นผมเข้านอนแล้วทำตัวปกติธรรมดาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกระทั่งมาถูกจับ” นายอิทธิพรให้การ
ตำรวจควบคุมตัวนายอิทธิพรไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีประชาชนมุงดูรุมสาปแช่งด่า ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นศพโดยใช้ยานพาหนะนำศพไปซ่อนเสียเพื่อให้พ้นจากการกระทำผิด”
เลือกแก้ปัญหาแบบผิดๆ สุดท้ายก็สูญทั้งที่ดิน สูญทั้งอิสรภาพ


