ถ้าผ่านบทเพลง “ขอเวลาอีกไม่นาน” (แต่ฟาดไปเกือบ 10 ปี) มาได้ ร็อกเล็กๆ “ไม่ปล่อยให้ด่ารัฐบาลฟรีๆ” ก็สมอลหนู
จะ 4 เดือนยุบสภาตาม MOA หรือกลางธ.ค.ตาม Play it by ear ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 52 ล้านคนพร้อมเข้าคูหา
ยิ่งสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ชาวบ้านยิ่งอยากตัดสินอนาคตประเทศในเร็ววัน
ผลเลือกตั้ง 2 ครั้งล่าสุด 2562-2566 เห็นเจตนาร่วมของเสียงส่วนใหญ่ต้องการให้ประเทศไปทิศทางไหน??
เลือกตั้ง 2562 ภายใต้อำนาจนอกระบบคุมเกม พรรคสืบทอดอำนาจต้องพึ่งอวิชาสารพัดกว่าจะได้ตั้งรัฐบาล
กกต.ใช้สูตรพิสดารปัดเศษ อุ้มพรรคคะแนนทั้งประเทศแค่ 3-4 หมื่น เข้าสภาไปโหวตนายกฯ ท็อปบู๊ต
บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์อัปยศ ด้วยสูตรพิสดาร สภาสมัยนั้นสส. 500 คนมาจากมากถึง 26 พรรค
กกต.ทำคลอดพรรคเสียงครึ่งเสียงออกมาเพื่อภารกิจที่คนไทยไม่มีวันลืม
ขณะที่รัฐสภาใช้กติกา 250 สว.รัฐประหารตั้งร่วมโหวตนายกฯ ‘เห็นชอบ’ หัวหน้ารัฐประหารสืบทอดอำนาจ ‘ไม่เห็นชอบ’ แคนดิเดตนายกฯ จากกลุ่มพรรคอันดับ 1
ส่วนเลือกตั้ง 2566 อำนาจรัฐสืบทอดหมายมั่นสืบทอดอำนาจต่อไปอีก
ประชาชนออกไปปลดปล่อยพลังเลือกพรรคใหญ่ฝ่ายค้านเดิม “ส้มกับแดง” เข้าสภาถล่มทลาย
ลงโทษพรรคฝ่ายสืบทอดอำนาจเหลือหลักสิบต้นๆ จับขั้วสูตรไหนก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้
จากเลือกตั้ง 2562 มา 2566 และกำลังนับถอยหลังสู่เลือกตั้ง 2569 การเมืองไทยวิวัฒนาการกลายเป็นการเมือง 3 ก๊ก “ส้ม-แดง-น้ำเงิน”
“น้ำเงิน” ได้เป็นนายกฯ ได้ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะ “ส้ม” เอา 143 เสียงมาค้ำยันพรรค 70 เสียง
โหวตให้แต่ไม่ขอเป็นรัฐบาล ตอนนี้เริ่มเหมือน “ปล่อยหนูตกถังข้าวสาร” ถือเป็นราคาค่าฉลาดหรือขาดเฉลียวของ “ส้ม”
“แดง” ยกเครื่องใหม่ต้องปล่อยของ ยื่นหรือไม่ยื่นซักฟอกรัฐบาลน้ำเงิน คือไพ่ใบสำคัญ
วันที่ 8-10 ธ.ค. สภาเปิดสมัยวิสามัญพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 3 ชะตารัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีเจ้าที่เจ้าทางปกปัก ได้รู้กันไม่เกิน 10 ธ.ค.
ขณะเดียวกันสภาจะเปิดประชุมสมัยสามัญ 12 ธ.ค. ยื่นหรือไม่ยื่นซักฟอก ระทึกช่วงนี้
จับตาแก้รัฐธรรมนูญ ต้องใช้เสียงสว. 1 ใน 3 เห็นชอบ จะโหวตฝ่าหมากหรือฝักถั่ว?!
ไทม์ไลน์ 8-10-12 ธ.ค. ทุกการตัดสินใจคืออนาคตประเทศไทย
“ส้ม-แดง-น้ำเงิน” ใครจะน็อกหรือทิ้งโง่??!
นายเจ็ดอักษร