จากไทม์ไลน์ตามเอ็มโอเอที่พรรคประชาชนทำไว้กับพรรคภูมิใจไทย รัฐบาลอนุทินจะอยู่ไม่เกินวันที่ 31 ม.ค.2569 หรือไม่เกิน 4 เดือน จากนั้นจะยุบสภาเพื่อเลือกตั้ง

ในเอ็มโอเอนั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อกำหนดโครงสร้างและกติกาให้เป็นประชาธิปไตย และประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

แต่ไปๆ มาๆ ด้วยสถานการณ์รัฐบาลอนุทินวันนี้ กลับไม่แน่เสียแล้ว อาจเป็นไปได้ที่ต้องยุบสภาก่อนกำหนด และแก้รัฐธรรมนูญเสร็จไม่ทันตามที่พรรคประชาชนต้องการ

หรืออาจชิงยุบสภาหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นได้

ซึ่งอย่างหลังนี้ พรรคเพื่อไทย ฝ่ายค้าน ประกาศหลายครั้งเตรียมยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เนื่องจากบริหารงานผิดพลาด เกิดปัญหา รวมไปถึงกรณีปัญหาค้างเก่า

โดยเฉพาะคดีฮั้วสว. และที่ดินเขากระโดง บุรีรัมย์ ที่ติดตัวแกนนำและพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่เป็นฝ่ายค้าน

ที่ขณะนี้ไม่มีความคืบหน้าคดี ซ้ำยังมีความพยายามจากบางกลุ่ม บางคน ต้องการเตะถ่วง

รวมถึงหลายเรื่องร้อนๆ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขบวนการสแกมเมอร์ ที่สังคมมองว่ายังไม่เอาจริงเอาจังพอ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น

กรณีนายกฯ หลุดปากพูดรุกล้ำอธิปไตย ในระหว่างไปลงนามกับกัมพูชาที่มาเลเซีย แม้ภายหลังจะออกมาชี้แจง แต่เรื่องนี้ฝ่ายกัมพูชาอาจนำไปเป็นหลักฐานกล่าวหาไทย

ซ้ำช่วงที่ไปมาเลเซียยังเซ็นเอ็มโอยูกับสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับแร่หายาก ซึ่งเรื่องนี้คนไทยไม่เคยรับรู้มาก่อน

นอกจากนี้ยังมีเรื่องรัฐบาลอนุมัติงบฯ เกือบ 4 พันล้านบาท จัดโมโตจีพี บนที่ดินเขากระโดง ที่รู้กันอยู่ว่าเป็นพื้นที่ปัญหา

และขณะนี้ยังเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอีก ที่พรรคฝ่ายค้านมองว่าการบริหารจัดการของรัฐบาลผิดพลาด ไม่เป็นเอกภาพ ปล่อยข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐเกียร์ว่าง

ทุกเรื่องที่ระบุมานั้น พรรคเพื่อไทยนำมาซักฟอกแน่ๆ

ล่าสุดพรรคประชาชน ที่ตอนแรกเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา ก็ออกมาสะกิดเตือนแล้ว

ถ้าแก้รัฐธรรมนูญไม่เสร็จในชั้นของสภาผู้แทนฯ ในสิ้นปีนี้ ก็จะยื่นซักฟอกเช่นกัน

ปัจจัยเหล่านี้จะนำไปสู่การยุบสภาเร็วขึ้น ซึ่งที่ผ่านมานายกฯ อนุทินเองก็ประกาศจะไม่ยอมให้ด่าฟรี

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน