อดีต สว.วันชัย สอนศิริ โพสต์ข้อความหัวข้อ “ปลายธันวา…ยุบสภาแน่”
เนื้อหาชำแหละกลยุทธ์ “เกมตีสองหน้า” ของพรรคใหญ่รัฐบาล และพรรคใหญ่ฝ่ายค้านที่กำลังฝากความหวังไว้ผิดคน
บรรยากาศการเมืองเวลานี้ไม่ใช่เรื่องการแก้ปัญหาประเทศ แต่คือการชิงไหวชิงพริบว่าใครจะได้เปรียบเสียเปรียบช่วงเลือกตั้ง
ทุกพรรคทั้งภูมิใจไทย เพื่อไทย กล้าธรรม และพรรคประชาชน ต่างหันหน้ามุ่งสู่เกมเลือกตั้ง มากกว่าจะมองหาทางออกให้ปัญหาบ้านเมืองที่รายล้อมประชาชน
ประเด็นใหญ่คือการแก้รัฐธรรมนูญตาม MOA ที่ “คงไปไม่ถึง” เพราะการยุบสภาจะเกิดขึ้นก่อน
โดยจุดศูนย์กลางของเกมคือนายกฯ อนุทิน ที่บางพรรคหวังให้เป็น “ม้าใช้ทางการเมือง” แต่แท้จริงกลับพลิกเป็นฝ่ายคุมเกมทั้งหมดเสียเอง
ขณะที่การแก้รัฐธรรมนูญต้องเผชิญกับเงื่อนไขซับซ้อนในสภา สำคัญที่สุด หากแก้สำเร็จจนต้องทำประชามติ คะแนนจะตกเป็นของพรรคประชาชน ซึ่งทุกพรรคการเมืองต่างก็รู้
อย่างไรก็ตาม วาระ 2 การแก้รัฐธรรมนูญ น่าจะผ่านวันที่ 10 ธ.ค.นี้ไปได้ เพราะไม่ต้องใช้เสียง สว. แต่ช่วงวาระ 3 คงถูกคว่ำโดย “สว.สีน้ำเงิน” ที่เป็นพันธมิตรลับกับพรรคใหญ่ฝ่ายรัฐบาล
การโหวตคว่ำวาระ 3 จึงเป็นใบอนุญาตให้ “ยุบสภาปลายธันวาคม”
หากเป็นเช่นนั้นผลลัพธ์ คือ พรรคประชาชนจะไม่ได้อะไรเลยจาก MOA นอกจากนายกฯ ชั่วคราว ที่ใช้อำนาจยุบสภาไม่ให้ทันตั้งตัว
ส่วนเพื่อไทยไม่ได้ยื่นอภิปรายซักฟอก ไม่ได้คะแนนจากการแก้รัฐธรรมนูญ
และถ้ายื่นอภิปรายก่อนวาระ 3 นายกฯ ก็อาจ “ยุบสภา” ตัดหน้า กลายเป็นเพื่อไทยถูกด่าว่าทำให้รัฐธรรมนูญแก้ไขไม่สำเร็จ
อดีตสว.วันชัย ทิ้งท้ายว่า พรรคประชาชนไม่เพียงไม่ได้อะไรเลย แถมคะแนนอาจแตกกระจายไปพรรคอื่น ทำให้คะแนนพรรคประชาชนลดน้อยถอยลงไป ส่วนจะเป็นเพราะความฉลาดน้อย หรืออ่อนด้อยทางการเมือง
เป็นคำถามที่อดีตสว.วันชัย ฝากไว้ให้คิด
ทั้งหมดไม่ได้เป็นแค่การคาดคะเนสถานการณ์การเมือง แต่คือสัญญาณเตือนว่าปลายปี 2568 เกมการเมืองอาจไม่ใช่การแข่งขันเรื่องนโยบาย หรือการแก้ปัญหาประเทศ
แต่เป็นการช่วงชิงความได้เปรียบช่วงเลือกตั้งด้วยหมากกลซับซ้อน และบางพรรคอาจกำลังเดินเข้าไปในกับดักโดยไม่รู้ตัว
มันฯ มือเสือ