ราชกิจจานุเบกษา ลงประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องจำนวนสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมี
โดยคำนวณตามจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค.2567
จำนวนราษฎรสัญชาติไทย ณ วันดังกล่าว ทั้งสิ้น 64,953,661 คน โดยเฉลี่ย 162,384 คน ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน
ประกาศนี้ เป็นการเผื่อไว้ในกรณีที่รัฐบาลยุบสภาก่อนสิ้นปี 2568
อย่างไรก็ตาม ถ้าการยุบสภาเป็นไปตาม MOA ของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย คือวันที่ 31 ม.ค. 2569 นั้น
จะต้องคำนวณจากตัวเลขประชากรสิ้นสุดปี 2568 ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย
จากข้อมูลจำนวนประชากร ณ สิ้นสุดปี 2567 พบว่ามีข้อมูลน่าสนใจสำหรับเขตการเลือกตั้ง
นั่นคือมี 2 จังหวัดที่จำนวนสส.ลดลง และอีก 2 จังหวัดที่จำนวนสส.จะเพิ่มขึ้น
จังหวัดที่สส.ลดลง ได้แก่ นครศรีธรรมราช ที่การเลือกตั้งปี 2566 มี สส. 10 คน
มาจากพรรคประชาธิปัตย์ 6 คน ภูมิใจไทย 2 คน รวมไทยสร้างชาติ 1 คน และพลังประชารัฐ 1 คน
หลังมีการเลือกตั้งซ่อม เพราะสส.ภูมิใจไทยสิ้นสุดสมาชิกภาพและถูกตัดสิทธิ์ ปรากฏว่าผู้สมัครจากกล้าธรรมเป็นฝ่ายกำชัย
แต่การเลือกตั้งครั้งหน้า จะลดเหลือ 9 เขต มีสส.ได้ 9 คนเท่านั้น
นอกจากนี้ จังหวัดลพบุรีก็มีสส.ลดลงด้วย การเลือกตั้งปี 2566 มี สส. 5 คน จากเพื่อไทย 2 คน ภูมิใจไทย 2 คน และประชาชน 1 คน
การเลือกตั้งครั้งหน้าลดเหลือ 4 เขต มีสส.ได้ 4 คน
จังหวัดที่มีจำนวน สส.จะเพิ่มขึ้น คือ ปทุมธานี จากเดิมมี 7 เขต มีสส.ได้ 7 คน เลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นเป็น 8 เขต มี สส.ได้ 8 คน ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พรรคประชาชนได้ สส. 6 คนและเพื่อไทย 1 คน
สมุทรสาคร จากเดิม 3 เขต มีสส. 3 คน จะเพิ่มเป็น 4 คน ซึ่งการเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาชนกวาดสส.ยกจังหวัด
ส่วนจังหวัดใหญ่ๆ ยังคงมีจำนวนเขตและสส.เท่าเดิม กรุงเทพมหานคร มีสส.ได้ 33 คน รองลงมาคือนครราชสีมา มีสส.ได้ 16 คน โดยขอนแก่น และอุบลราชธานี มีสส.จังหวัดละ 11 คน
ขณะนี้พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มทยอยประกาศตัวผู้สมัครเขตต่างๆ บ้างแล้ว คาดว่าจะมีความเข้มข้นทั้งกระสุนและกระแส!!
เภรี กุลาธรรม