ผลสำรวจโพลสำนักดัง ล่าสุดสะท้อนภาพการเมืองไทยในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่อได้น่าสนใจ
ตัวเลขน่าจับตาไม่ใช่คะแนนของนักการเมือง หรือพรรคใด ที่เพิ่มขึ้น แต่คือคะแนนที่ยังหาคน และยังหาพรรคที่เหมาะสมไม่ได้ ซึ่งขยับพุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 ทั้งสองคำถามอย่างมีนัยสำคัญ
ร้อยละ 40.60 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,500 คน ยังไม่พบบุคคลที่อยากสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ร้อยละ 32.36 ยังไม่พบพรรคการเมืองที่อยากฝากความหวัง
นักวิเคราะห์ระบุ นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขเชิงสถิติ แต่คืออารมณ์ทางการเมืองของสังคมที่ตกอยู่ในสภาวะลังเล หวาดระแวง และไม่มั่นใจ กับตัวเลือกที่มีอยู่ ว่าการเลือกจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือไม่
เมื่อพิจารณาคะแนนรายบุคคล ทั้งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่างลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน
แม้ยังอยู่ในอันดับต้นๆ แต่การถดถอยพร้อมกันของผู้นำการเมืองสองขั้ว แสดงให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “เท้ง” หรือ “หนู” แต่อยู่ที่ภาพรวมของผู้นำการเมือง ที่ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้เพียงพอ
คะแนนที่กระจัดกระจายไปยังรายชื่อในหมวด “อื่นๆ” ยิ่งตอกย้ำภาวะไร้ศูนย์กลางกระแสความนิยมทางการเมือง
ในฝั่งพรรคการเมืองก็เช่นกัน แม้พรรคประชาชนยังนำ แต่ยังตกเป็นรองกลุ่ม “ยังหาพรรคที่เหมาะสมไม่ได้” พรรคใหญ่ดั้งเดิมอย่างเพื่อไทย และภูมิใจไทย ต่างก็อยู่ในระยะห่างจากคำว่าแลนด์สไลด์
ในทางการเมือง ตัวเลขเหล่านี้คือสัญญาณเตือนก่อนการเลือกตั้งว่า หากพรรคการเมืองและแคนดิเดตนายกฯ คนใดยังสื่อสารกับประชาชนด้วยชุดนโยบายเดิม วาทกรรมเดิม และการเมืองแบบเดิม
กลุ่ม “ยังไม่เลือก” อาจไม่ใช่แค่เป็นผู้ตัดสินผลเลือกตั้ง แต่ยังอาจเปลี่ยนเป็นความไม่กระตือรือร้นในการออกมาใช้สิทธิ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อประชาธิปไตยทั้งระบบ
ท้ายที่สุด ผลโพลนี้ไม่ได้ชี้ว่าใครหรือพรรคใดจะชนะ แต่เป็นเสียงสะท้อนว่าการเมืองไทยยังไม่มีใครชนะใจประชาชนได้อย่างแท้จริง
ในสนามเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา ฝ่ายชนะจึงอาจไม่ใช่ฝ่ายที่มีคะแนนนำตอนนี้
แต่คือฝ่ายที่สามารถดึงดูดจำนวนกลุ่มคนที่ “ยังไม่เลือก” ให้กลับมาเลือก ด้วยเชื่อมั่นว่าการเมืองไทยยังเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตที่ดีกว่านี้ได้
มันฯ มือเสือ