พรรคประชาชนกำลังเผชิญด่านโจมตีสำคัญก่อนถึงวันเลือกตั้งอีก 1 เดือนข้างหน้า สิ่งที่เกิดขึ้นกับ “ไอซ์”รักชนก ศรีนอก และผู้สมัคร สส.ระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ไม่ใช่แค่ปมคาใจของประชาชนบางส่วน

แต่ยังสะท้อน “ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร” ของฝ่ายตรงข้ามที่เลือกหยิบประเด็น “มาตรา 112” และ “ด้อยค่าทหาร” มาแปะป้ายซ้ำๆ จนกลบผลงานเชิงนโยบายที่จับต้องได้ของพรรคไปเกือบหมด

ไอซ์ รักชนก สะท้อนว่า ใน 1 วันอาจมีไม่กี่คนที่ตั้งคำถามแรง แต่เมื่อคำถามเดิมๆ ถูกจัดวางเป็นระบบ ขยายซ้ำผ่านเวทีและสื่อบางส่วน ก็กลายเป็นภาพจำ “พรรคประชาชนแก้แต่มาตรา 112”

ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยชัดเจนไม่ให้ใช้เรื่อง 112 เป็นนโยบายหาเสียง

สิ่งที่น่าเห็นใจคือ ต้นทุนเวลาหาเสียงที่ควรถูกใช้เพื่อโปรโมตนโยบายและผลงานที่เคยทำ กลับต้องเสียไปใช้กับการแก้ข่าว และป้องกันตัวจากข้อกล่าวหา

ป้ายคำถามซ้ำๆ นี้ไม่แค่กดดันผู้สมัคร แต่ยังบั่นทอนโอกาสที่คนทั่วไปจะได้ทำความรู้จักผลงานด้านอื่นๆ ของพรรคในช่วงก่อนการเลือกตั้ง

การกล่าวหาเป็น “ปฏิปักษ์กับทหาร” เป็นอีกตัวอย่างของการเหมารวม อย่างที่ไอซ์ รักชนกกล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พรรคประชาชนเป็นหนึ่งในไม่กี่พรรคที่ยืนเคียงข้างทหารชั้นผู้น้อยที่ถูกซ้อม ถูกซ่อม หรือเสียชีวิตในค่ายทหาร

ในสถานการณ์นี้ นักวิชาการด้อมส้ม เสนอว่า พรรคประชาชนต้องปรับยุทธศาสตร์จากการ “ตั้งรับ” เป็น “สื่อสารเชิงรุก” กำหนดคำตอบมาตรฐานต่อประเด็น 112 และทหาร ที่สั้น ชัด และยึดข้อกฎหมาย

เร่งขยายการสื่อสารผลงานเชิงนโยบาย ผ่านช่องทางที่เข้าถึงประชาชนโดยตรง ทั้งโซเชี่ยลมีเดีย เวทีชุมชน และสื่อท้องถิ่น ใช้เสียงของผู้ได้รับประโยชน์จากนโยบายจริง เล่าเรื่องแทนพรรค เพื่อย้ำว่าสิ่งที่พรรคทำคือการเมืองของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่การเมืองป้ายสี

การเมืองที่โหมกระแสความกลัวและความเข้าใจผิด อาจได้เปรียบระยะสั้น แต่การเมืองที่ยืนอยู่บนข้อเท็จจริง ยังคงเป็นคำตอบระยะยาวที่สังคมไทยต้องการ

พรรคประชาชนกำลังถูกทดสอบอย่างหนัก แต่บททดสอบนี้จะชี้ให้เห็นว่าประชาชนจะเลือกเชื่อกระแสความกลัว หรือเลือกเชื่อนโยบายและผลงาน

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน