ป้ายหาเสียงปริศนาโผล่กลางเมืองพิษณุโลก ในช่วงใกล้เลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาด ที่จบด้วยการไล่เก็บกวาด แล้วปรับไม่กี่พัน แต่คือสัญญาณการเมืองสกปรกที่กำลังท้าทายอำนาจหน้าที่ และความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.

ข้อความบนป้าย มีทั้ง “เราไม่เลือกพรรคเพื่อเขมร” “เราไม่เลือกพรรคขายชาติ” “เราไม่เลือกพรรคประชาชนเขมร” “เราไม่เลือกพรรคด้อยค่าทหาร” ซึ่งไม่ใช่คำวิจารณ์เรื่องนโยบาย ยิ่งไม่ใช่การแสดงความเห็นโดยสุจริต

แต่เป็นข้อความใส่ร้าย ปลุกความเกลียดชัง จงใจดิสเครดิตพรรคการเมืองโดยเฉพาะ “พรรคแดง” และ “พรรคส้ม” อย่างรุนแรง

คำถามใหญ่ไม่ใช่แค่ว่า ใครทำป้าย ใครติดป้าย แต่คือ กกต.จะจัดการอย่างไร และเร็วแค่ไหน

แม้ กกต.พิษณุโลกจะขยับสั่งชุดสืบสวนตรวจร้านทำป้าย และเก็บป้ายออกไปแล้ว 32 ป้าย แต่สังคมยังรอคำตอบที่หนักแน่นจริงจังกว่านั้น เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความสะอาด แต่เข้าข่ายใส่ร้ายโจมตีทางการเมือง

เป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมายพรรคการเมือง ที่มีโทษอาญาถึงขั้นจำคุก 7-15 ปี และตัดสิทธิทางการเมือง 20 ปี

คำให้สัมภาษณ์ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่บอกว่าขอดูข้อเท็จจริงก่อน อาจฟังดูรอบคอบในเชิงกฎหมาย แต่ในบรรยากาศการเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา เวลาคือสิ่งมีค่า ทุกวันที่ปล่อยให้ข้อเท็จจริงค้างคา คือทุกวันที่การเมืองสกปรกยังทำงาน บ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเลือกตั้ง

กฎหมายเขียนไว้ชัด ผู้ใดใส่ร้ายไม่ว่าจะเป็นพรรค ผู้สมัคร หรือบุคคลใด ต้องรับผิด และหากเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง กกต.ก็มีอำนาจเต็มในการสั่งให้ยุติ แก้ไข หรือถึงขั้นลงดาบกรรมการบริหารพรรคทั้งชุด

คำถามคือ กกต.จะใช้ดาบนั้นจริงหรือไม่ หรือจะปล่อยให้เป็นเพียงดาบในฝัก ไม่กล้าชักออกมา

การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม ไม่ได้วัดกันแค่วันหย่อนบัตร แต่วัดกันตั้งแต่วันนี้ว่าผู้คุมกติกากล้าปราบการเมืองสกปรกแค่ไหน หากปล่อยให้คนทำป้ายใส่ร้ายลอยนวล ผู้เสียหายไม่ใช่แค่พรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง

แต่คือ กกต.เองที่จะเสียศรัทธาในสายตาประชาชนอย่างไร้ข้อแก้ตัว

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน