พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ชนิดถล่มทลาย กวาดสส.รวมเกือบ 200 ที่นั่ง ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกฯ อีกสมัย บอกว่า ยิ่งกว่าแลนด์สไลด์

เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พรรคสีน้ำเงินเข้าป้ายอันดับ 3 ได้สส. ราว 70 ที่นั่ง แต่ครั้งนี้ได้สส.เขตเพิ่มมโหฬารกว่า 100 ที่นั่ง

ขณะที่คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก็สูงพรวด จากครั้งที่แล้ว 1.6 ล้านเสียง คราวนี้ได้เพิ่มเป็นเกือบ 6 ล้านเสียง

ถ้าจำกันได้ก่อนเลือกตั้งไม่กี่วัน นายอนุทินเคยให้สัมภาษณ์ทำนองว่า จากโพลที่ตัวเองทำ คาดจะได้ 200 สส.

แต่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อ แล้วเป็นไง

ต้องยอมรับหลังการเมืองพลิกขั้วเมื่อปลายปี 2568 มีการวางแผนตระเตรียมผ่าน MOA จนส่งผลให้นายอนุทินได้รับเสียงสนับสนุนเป็นนายกฯ

กลายเป็นปลุกพลังอนุรักษนิยมทางการเมือง เสริมพลังอำนาจให้แก่พรรคภูมิใจไทย

โดยเฉพาะเครือข่ายข้าราชการ กลไกอำนาจรัฐในระดับต่างๆ กระจายอยู่ทุก ขอบเขตทั่วประเทศ ที่พร้อมเข้ามาสนับสนุน

อีกทั้งยังมีความแนบแน่นกับสภาสูง สมาชิกวุฒิสภา โดยมีองค์กรอิสระเป็นแบ๊กอัพให้อีกชั้น

ทั้งหลายเหล่านี้ เชื่อว่าสังคมโดยรวมน่าจะสัมผัสได้

แต่ขณะเดียวกันนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ และเคารพผลการเลือกตั้งของประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงด้วยเช่นกัน

เพราะนโยบาย หรือผลงานอะไรของพรรคภูมิใจไทย และพรรคอื่นในเครือข่ายอนุรักษนิยมถึงโดนใจประชาชนส่วนใหญ่ในเวลานี้

ส่วนพรรคคู่แข่งที่พ่ายแพ้ คงต้องกลับไปทบทวนตัวเอง

เพราะอะไรตอนเป็นรัฐบาลถึงได้เพลี่ยงพล้ำ หรือไร้เดียงสา อ่อนด้อยทางการเมืองหรือไม่

รวมทั้งต้องทำงานอย่างหนักต่อไป เพื่อเข้าไปนั่งในหัวใจประชาชนให้ได้อีกครั้ง

หลังจากนี้ต้องรอผลรับรองอย่างเป็นทางการจากกกต.ว่าจำนวนสส.ที่แท้จริงได้เท่าไหร่ แต่คงไม่หนีไปจากนี้

ตลอดจนการตรวจสอบทุจริต การนับคะแนนใหม่ในบางหน่วยที่เป็นปัญหา จะมีผู้สมัครคนใดถูกสอยหรือไม่

แต่สุดท้าย ก็คงไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอันดับพรรคแต่อย่างใด

รวมถึงต้องรอดูว่า พรรคภูมิใจไทยจะเทียบเชิญพรรคไหนมาร่วมรัฐบาล

ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้ เมื่อดูจากปัจจัยต่างๆ แล้ว

สะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายอนุรักษนิยมในวันนี้ยังคงแข็งแกร่ง และอาจทรงพลังยิ่งกว่าเดิม

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน