การเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 สิ่งที่เกิดขึ้นหลังปิดหีบทำให้ความชอบธรรมถูกตั้งคำถามอย่างหนัก จากข้อร้องเรียนเรื่องนับคะแนนผิดพลาด ความไม่โปร่งใสในหลายพื้นที่ ไม่ใช่แค่เขต 1 ชลบุรี แต่กระจายไปหลายจังหวัด อาทิ จันทบุรี พิจิตร สกลนคร ขอนแก่น บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลฯ ปทุมฯ ภูเก็ต เป็นต้น
เสียงทักท้วงไม่ได้มาแต่จากฝ่ายการเมือง แต่ยังมาจากเครือข่ายภาคประชาชน “วี วอช” ที่ส่งอาสาสังเกตการณ์กว่า 16,000 คนลงพื้นที่ทั่วประเทศ พบปัญหาตั้งแต่ขั้นพื้นฐานการจัดเลือกตั้ง
ไม่ว่าคูหาที่ไม่เอื้อต่อการลงคะแนนลับ ไม่ปิดประกาศผลคะแนน การนับคะแนนผิดพลาด บัตรเขย่ง ฯลฯ ไปจนถึงตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์กับผลคะแนนที่ไม่สอดคล้องกันในหลายเขต
บางพื้นที่มีผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ถึงจำนวนบัตรที่นับได้ บางแห่งคะแนนรวมสูงกว่าบัตรดี ซึ่งไม่ใช่ความผิดพลาดเล็กน้อยที่สะท้อนมาตรฐานการทำงานของคณะกรรมการประจำหน่วย และ กกต.โดยตรง
พรรคส้ม โดย ไอติม-พริษฐ์ เรียกร้องกกต.เปิดเผย “ข้อมูลดิบ” หรือผลคะแนนรายหน่วยกว่า 99,000 หน่วยทั่วประเทศโดยเร็ว ให้สังคมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส ยิ่งกกต.เปิดเผยเร็วเท่าไร ช่องว่างความสงสัยก็ยิ่งแคบลงเท่านั้น หากล่าช้าจะเกิดข้อครหาว่ามีการแก้ไขหรือตกแต่งข้อมูลหลังนับคะแนน
รายงานของวี วอช ยังชี้ให้เห็นปัญหาตั้งแต่การทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยที่ขาดมาตรฐานเดียวกัน การกีดกันผู้สังเกตการณ์ ไปจนถึงข้อกล่าวหาซื้อเสียง และการชี้นำการออกเสียงประชามติ ซึ่งทั้งหมดนี้บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเลือกตั้งโดยรวม
ผลสำรวจที่พบว่าประชาชนกว่า 57% ไม่พอใจการทำงานของกกต.ถือเป็นสัญญาณอันตราย เพราะหากสังคมไม่เชื่อมั่นในกลไกการเลือกตั้ง ความชอบธรรมของรัฐบาลและการเมืองทั้งระบบย่อมสั่นคลอน
ทางออกฉุกเฉินของกกต.คือต้องเร่งเปิดเผยคะแนนรายหน่วย ตรวจสอบพิรุธอย่างตรงไปตรงมา และจัดการกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดอย่างจริงจัง เพราะหากยังปล่อยให้คลุมเครือต่อไปเรื่องอาจไม่จบแค่รายเขต
แต่จะลุกลามเป็นวิกฤตศรัทธากระทบการเมืองทั้งระบบในที่สุด
มันฯ มือเสือ