ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ว่าการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 จะเกิดความชุลมุนได้มากเพียงนี้

เพราะด้วยผลการเลือกตั้งที่ต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยชนะถล่มทลาย ได้เสียงถึง 193 เสียง จาก 500 เสียง แม้จะไม่ได้เกินกึ่งหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ แต่ก็ถือว่ามากโข พอจะทำให้เกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ

หลังการเลือกตั้งทุกพรรคการเมืองก็แถลงน้อมรับผลการเลือกตั้ง ทุกอย่างควรจะเดินหน้าไปตามครรลอง

ฝ่ายชนะเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ ฝ่ายแพ้ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ตรวจสอบถ่วงดุล ทำงานทางความคิด สร้างความนิยมจากประชาชน ยุบสภา หรือครบวาระ 4 ปีค่อยว่ากันใหม่

ที่ไหนได้กลับอุตลุดชุลมุนกว่าการเลือกตั้งครั้งไหนๆ ส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดจากน้ำมือของกกต.เอง

ไม่ว่าจะเป็นข้อพิรุธต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเลือกตั้ง การนับคะแนนของกปน. ที่สร้างความคลางแคลงใจให้สังคม

แต่ที่มีหลักฐานชัดเจนจนคนในสังคมรับไม่ได้ ก็คือเรื่องของจำนวนบัตรเลือกตั้ง ทั้งบัญชีรายชื่อและแบบเขตแตกต่างกันมาก ถึงขนาดว่าหากรวมทุกเขตแล้วมีความแตกต่างกันกว่า 3 แสนใบ

เป็นคำถามว่าเกิดได้อย่างไร เมื่อผู้ใช้สิทธิ์รับบัตร 2 ใบในครั้งเดียว และน่าจะกาหย่อนลงหีบด้วยตัวเอง จะเอาหีบบัตรกลับบ้านก็คงเป็นไปไม่ได้

จนคนไม่เชื่อถือ คิดถึงขั้นทุจริต ซื้อหน่วยเลือกตั้ง เอากปน.ไปเป็นพวก ยัดบัตรเพิ่ม ลดบัตรคู่แข่งได้ตามใจชอบ

ตามด้วยคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด ที่ติดตามแทร็กกิ้งบัตรผู้ลงคะแนนได้ว่า ใครลงคะแนนอย่างไร

สุ่มเสี่ยงผิดรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด ที่กำหนดให้การลงคะแนนเป็นในทางลับ

แม้กกต.จะบอกว่ามันยากแสนยาก แต่คนก็สงสัยว่าถ้าซื้อหน่วยเลือกตั้งได้จริง แล้วอะไรที่ขายไม่ได้ ถ้าราคาสูงพอ

ซึ่งก็คงต้องพิสูจน์กันทางกฎหมายต่อไป เพราะปี 2549 ก็มีคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว เรื่องการเลือกตั้งที่ไม่เป็นในทางลับต้องกลายเป็นโมฆะ

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้กกต.หนักหนา เพราะองค์กรที่ต้องอาศัยความเชื่อมั่นจากประชาชน เมื่อล้มละลายทางความเชื่อมั่น ไม่เชื่อในเกียรติและศักดิ์ศรีที่มี ก็ลำบาก

ส่วนสุดท้ายจะแค่โทษทางสังคม หรือจะมีใครต้องติดคุก คงต้องติดตาม!!!

รุก กลางกระดาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน