ประเด็น “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” บัตรเลือกตั้ง สั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อ กกต. เกี่ยวกับหลักการลงคะแนน “โดยลับ”

กกต.ชี้แจงว่า เป็นมาตรการป้องกันบัตรผี สแกนตรวจสอบกับต้นขั้วได้ แต่ไม่อาจระบุตัวตนผู้ลงคะแนน หรือคน-พรรคที่เลือก

แต่ที่ถูกสวนกลับมาก็คือ หากบัตรติดตามย้อนกลับได้ แม้ในทางเทคนิคจะไม่ผูกกับรายชื่อผู้ใช้สิทธิก็ย่อมสร้างความหวาดระแวง เสี่ยงความลับแตกในคูหาเลือกตั้ง

เมื่อสังคมไม่ไว้วางใจ การแถลงชี้แจงรายวันของ กกต.จึงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เพราะปัญหาไม่ใช่แค่ข้อเท็จจริง แต่คือความเชื่อมั่นที่ลดฮวบ

ยิ่งมีการยื่นคำร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด กระแส “โมฆะ” ยิ่งถูกขยาย

ต่อคำถามถึงโอกาสที่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ?

นักกฎหมายอธิบายว่า ในทางกฎหมาย ศาลมักพิจารณาว่า ความบกพร่องนั้น กระทบสาระสำคัญของการเลือกตั้งหรือไม่ กระทบต่อผลลัพธ์รวมเพียงใด

หากเห็นว่าเป็นเพียงมาตรการป้องกันทุจริต ที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าละเมิดความลับจริง โอกาสโมฆะย่อมมีน้อย อาจสั่งแก้ไขเฉพาะจุด หรือให้ปรับปรุงกระบวนการในอนาคต

แต่หากศาลเห็นว่า รหัสสามารถเชื่อมโยงต้นขั้ว เปิดช่องให้ละเมิดหลัก “โดยลับ” แม้แค่ทางทฤษฎี ก็อาจตีความว่าเป็นความบกพร่องเชิงโครงสร้าง นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ได้ แม้จะเป็นไปน้อย แต่ก็เกิดขึ้นได้

ผลลัพธ์ทั้งสองทางต่างกันสุดขั้ว หากไม่โมฆะ กกต.ใช้เวลาไม่เกิน 60 วันรับรองผล อาจสั่งนับใหม่บางรายหน่วย ประเทศเดินหน้า การเมืองคลี่คลาย

แต่หากโมฆะ ประเทศจะเข้าสู่สุญญากาศ งบหลายพันล้านสูญเปล่า ความเชื่อมั่นนักลงทุนสั่นคลอน อุณหภูมิการเมืองพุ่งสูง การเลือกตั้งใหม่อาจยิ่งซ้ำเติมความแตกแยก

ทางออกดีที่สุดจึงไม่ใช่การเถียงผ่านสื่อ แต่คือการเปิดเผยข้อมูลเชิงเทคนิคอย่างโปร่งใส ให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระตรวจสอบระบบบาร์โค้ดทั้งหมด รับฟังข้อมูล-ข้อเสนอทุกฝ่าย หากมั่นใจว่าบริสุทธิ์ กกต.ต้องกล้าให้ตรวจสอบ หากพบช่องโหว่ต้องกล้ายอมรับและแก้ไข

การให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ ไม่อยู่ในสุญญากาศนานเกินไป คือสิ่งสำคัญที่สุด

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน