ไฟสงครามตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอล ยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่องและรุนแรง ท่ามกลางความกังวลและปั่นป่วนไปทั่วโลก ไม่รู้จะยุติลงเช่นไร
ผลกระทบจากสงครามเที่ยวนี้ อย่างแรกคือราคาพลังงานดังที่ทราบกัน โดยเฉพาะน้ำมันปรับราคาสูงขึ้น ล่าสุดขยับมาอยู่ที่ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
น้ำมันที่ราคาสูงขึ้นจะกระทบเป็นห่วงโซ่ไปหมดยันอาหารการกิน การดำรงชีพของผู้คนจะต้องประสบกับภาวะฝืดเคือง
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เคยวิเคราะห์ถึงกระทบจากการสู้รบตะวันออกกลาง โดยแบ่งเป็น 3 กรณี
1.กรณีราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล คาดว่าราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้น 10% ครอบคลุม 10% ของพื้นที่ทั่วประเทศ
2.น้ำมันดิบอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้น 10% ครอบคลุม 20% ของพื้นที่ทั่วประเทศ
3.น้ำมันดิบอยู่ที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 10% ครอบคลุมมากกว่า 50% ของพื้นที่ทั่วประเทศ
“ถ้าความขัดแย้งยังยืดเยื้อจนทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นมาอยู่ระหว่าง 80-120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะส่งผลกระทบทำให้สินค้าสำเร็จรูป โดยเฉพาะอาหารจานด่วน ข้าวแกง ปรับเพิ่มขึ้นทันที รวมไปถึงค่าไฟฟ้า ค่าพลังงาน และค่าขนส่งสาธารณะก็จะปรับตามไปด้วย” กระทรวงพาณิชย์ระบุ
สถานการณ์วันนี้ชักใกล้เคียงเข้ามาทุกขณะ เริ่มมีเสียงสะท้อนและความเคลื่อนไหวในหลายๆ จังหวัดแล้ว
ประกอบกับมาตรการของรัฐบาลที่สั่งเข้มงวดการขายน้ำมัน กำจัดการขายใส่แกลลอน เพื่อป้องกันการกักตุน
แต่ปรากฏว่าสร้างความแตกตื่น ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร ภาคประมง และภาคขนส่ง
เช่นกรณีภาคประมง โดยเฉพาะเรือประมงพื้นบ้าน หรือเรือขนาดเล็ก ที่ต้องพึ่งพาการเติมน้ำมันใส่แกลลอน กลับไม่สามารถทำได้เหมือนแต่เดิม จึงพากันเดือดร้อนหนัก
เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีอีกหลากหลายกลุ่มภาคการผลิตและภาคขนส่งออกมาสะท้อนปัญหา และการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ไม่ละเอียดรอบคอบ
มองอีกมุมหนึ่งก็น่าเห็นใจรัฐบาลอนุทิน ที่ยังไม่ทันเดินหน้าเต็มสูบก็ต้องมาเผชิญไฟสงครามระดับโลก
แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องโชว์ฝีมือฝ่าวิกฤตไปให้ได้
ข้าวตอกแตก