เป็นงานหนักของรัฐบาลจริงๆ เมื่อสงครามตะวันออกกลางไม่จบเร็ว และส่งผลยืดเยื้อยาวนานเป็นแน่แท้
เมื่ออิหร่านยังคงตอบโต้และปิดช่องแคบฮอร์มุซ จุดผ่านสำคัญของเรือสินค้าต่างๆ แถมแสดงให้เห็นแล้วว่าพร้อมจะยิงทำลายเรือทุกลำที่แล่นผ่านเข้ามา
แน่นอนว่ากระทบกับน้ำมันโดยตรง และพอหมดโปรตรึงราคา 15 วัน ผู้ค้าต่างๆ ก็ทยอยขึ้นราคา ซึ่งก็เกี่ยวกับเรื่องขนส่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แย่กว่าราคาขึ้น ก็คือมีเงินแต่ไม่มีน้ำมันให้เติม!!
ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อความขาดแคลนยังรวมไปถึงสินค้าปิโตรเคมีทั้งหลายที่ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างผลิตภัณฑ์พลาสติก ที่ทำให้หีบห่อสินค้าขาดแคลนและราคาพุ่งสูง
ยังไม่นับปุ๋ยเคมีที่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหากปุ๋ยขาดแคลน กระทบต่อภาคการเกษตร ผลผลิตได้ไม่ตามเป้า สินค้าขาดตลาด ราคาของก็พุ่งเช่นกัน
ทุกอย่างล้วนพัวพันกับชีวิต จนน่าเป็นห่วงว่าภาวะเงินเฟ้อจะรุนแรง ราคาสินค้าจะถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
และแย่ไปกว่านั้นเมื่อเกิดการขาดแคลน
จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลคงจะต้องเอาจริงเอาจังได้แล้ว
ไม่ใช่ใช้แค่นโยบายถอดสูทของ ครม.ที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
เวิร์กฟรอมโฮมของภาครัฐก็ยังสะเปะสะปะ ตอบยังไม่ได้ว่าถ้าประชาชนต้องทำงานที่บ้านจะมีมาตรการลดค่าไฟฟ้าให้อย่างไรหรือไม่ ไม่ให้ประชาชนต้องรับภาระกันเอง
แถมยังต้องเจอคำตอบแบบมึนๆ จากรมว.พลังงาน ที่อยากให้ลดราคาก็ให้ประชาชนประหยัดเอาเอง
ฟังแล้วก็เปรียบเทียบได้เหมือนว่าปกติกินข้าว 3 มื้อ ก็ลดลงเหลือสัก 2 มื้อก็ได้ ประหยัดจะตาย!!
พูดเหมือนคนไม่เคยเจอปัญหา เหมือนไม่เคยเจอความขาดแคลน
จึงเป็นเรื่องที่ต้องตั้งหลักไวๆ
ไม่งั้นคำประกาศที่จะให้คนไทยร้องพอแล้วๆ รวยไม่ไหวแล้วนั้น อาจจะมีคนรวยได้จริง
แต่ประชาชนตายกันหมดก่อน!!
รุก กลางกระดาน