แฟนคลับพรรคส้ม มีเรื่องให้ต้องลุ้นระทึกอีกรอบ

ภายหลังป.ป.ช.มีมติเห็นชอบร่างคำร้องยื่นศาลฎีกาในคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งถูกกล่าวหาเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง

เพราะได้ก่อให้เกิดผลทางการเมืองทันที หากศาลประทับรับฟ้องโดยไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น 10 สส.พรรคประชาชน ที่เป็นส่วนหนึ่งของ 44 สส.ก้าวไกล จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ

ในรายชื่อดังกล่าวมีแกนนำหลักหลายคน เช่น เท้ง-ณัฐพงษ์ ไหม-ศิริกัญญา รังสิมันต์ โรม เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นหัวหอกอภิปราย หากต้องหยุดทำหน้าที่ฝ่ายค้านจะอ่อนยวบลงทันทีทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ

ลามไปถึงดุลอำนาจในสภา ฝ่ายค้านอาจสูญเสียความสามารถในการขับเคลื่อนวาระสำคัญ เช่น การอภิปรายรัฐบาล หรือการผลักดันนโยบายเชิงรุก ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลย่อมได้เปรียบมากขึ้นโดยปริยาย

อีกประเด็นคือสถานะของเท้ง-ณัฐพงษ์ ถ้าต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็จะเกิดสุญญากาศผู้นำฝ่ายค้านทันที พรรคฝ่ายค้านต้องเร่งจัดทัพใหม่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิด “งูเห่า” ย้ายค่าย

กระนั้นก็ตาม หัวหน้าเท้งยังคงยืนยันในหลักการที่ว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายคืออำนาจโดยแท้ของฝ่ายนิติบัญญัติ และไม่ควรถูกตีความเป็นความผิดทางจริยธรรม

ส่วนปลายทางคดีจะไปสิ้นสุดที่การถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตหรือไม่ถือเป็นคำถามแจ๊กพอต โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคดีพิธา และช่อ พรรณิการ์ ก่อนหน้า

ในเชิงกฎหมาย คดีนี้เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิ์ของผู้แทนราษฎรโดยตรง โอกาสที่จะลงโทษถึงขั้นตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตมีอยู่ แต่ก็ไม่แน่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจศาลในการตีความว่าการเสนอแก้กฎหมายเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่

ท้ายที่สุดไม่ว่าผลลัพธ์ทางคดีจะออกมาอย่างไรก็จะเป็นบรรทัดฐานเส้นแบ่งการทำหน้าที่ สส.ว่าถูกขีดไว้ตรงจุดใด

การเมืองไทยจะเดินหน้าในกรอบนิติรัฐ หรือเป็นแค่นิติสงครามอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน