เป็นภาวะที่ยากลำบากของประชาชนอย่างแท้จริง สำหรับสถานการณ์ข้าวยากหมากแพง ที่เกิดขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง
ราคาพลังงาน ราคาน้ำมัน ที่เพิ่มสูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุน ปัจจัยการผลิต ราคาสินค้าทั้งอุปโภคบริโภค การเดินทาง
เรียกว่าต้นทุนชีวิตของประชาชนพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่รู้ว่าจะจบลงที่ใด
ถึงขนาดไม่ต้องให้ความฝันในแง่ดีกับประชาชนอีกแล้ว เพราะอย่างนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ก็ยืนยันต่อสภา ว่าวิกฤตจริง
และแม้สงครามจะยุติลงวันนี้ พรุ่งนี้ ราคาน้ำมันก็ยังจะสูงไปถึง 1-2 ปี
กลายเป็นคำถามว่าเราจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์เหล่านี้ไปได้อย่างไร
แน่นอนว่าในฐานะประเทศเล็กๆ เราคงไปทำอะไรกับสงคราม หรือความขัดแย้งเหล่านี้ไม่ได้
แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือ และรับเหตุการณ์ให้ดี ไม่เช่นนั้นวิกฤตที่จะเกิดขึ้นจะกลายเป็นหายนะ
และรัฐบาลต้องมามีบทบาทกับเรื่องเหล่านี้อย่างเข้มข้น จะปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมไม่ได้อย่างเด็ดขาด
เพราะไม่เช่นนั้นจะมีรัฐบาลเอาไว้ทำไม!??
ไม่เพียงแค่นั้น แผนการแนวทางก็ต้องดูให้เหมาะสม ในทุกจังหวะเวลา
อย่างโครงการไทยช่วยไทย ที่ให้บริษัทยักษ์ใหญ่ช่วยผลิตสินค้ามาจำหน่ายราคาถูก
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีที่ชาวบ้านจะได้สินค้าราคาถูก ช่วยกันเฉพาะหน้า
แต่ก็ยังมีอีกมุม นั่นก็คือร้านค้าที่เป็นยี่ปั๊ว ซาปั๊ว จะถูกขายตัดราคา แล้วเงินจากผู้บริโภคก็ยิงตรงไปยังทุนยักษ์ใหญ่ ไม่ได้เอามาหมุนในตลาด
ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป รายเล็ก รายย่อย ก็คงต้องตกตายไป
แล้วเวลาจะพลิกฟื้นกลับมา จะยิ่งยากเย็นแสนเข็ญ
จึงต้องย้ำให้ดูทุกมิติ!!
รุก กลางกระดาน