คดียิงสส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ นอกจากการสาวต่อไปให้ถึงคนบงการแล้ว
ยังมีอีกประเด็น ที่ชาวบ้านชายแดนภาคใต้ เฝ้าจับตารอดู
โดยเฉพาะกรณี รถที่ใช้ก่อเหตุคันที่ 2 ต่อจากรถปิกอัพคันที่มือปืนใช้เป็นพาหนะ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าประชาชาติ ระบุว่า ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีรถ 2 คัน รวมถึงรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ที่ติดตามสส.กมลศักดิ์ มาจากสนามบินหาดใหญ่
พรรคประชาชาติจึงตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถคันดังกล่าวอย่างเต็มที่หรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลการฝึกซ้อมยิงปืนก่อนลงมือก่อเหตุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของคนร้าย ทำให้สส.กมลศักดิ์รอดมาได้
“เราเห็นภาพชัดว่า มีการบงการจ้างวานอย่างชัดเจนจากผู้มีอำนาจ และจุดเชื่อมโยงสำคัญก็อยู่ในนราธิวาส จึงขอให้ชุดทำงานใช้ความรอบคอบและเป็นอิสระ” พ.ต.อ.ทวีเรียกร้อง
ต้องติดตามกันต่อ คดีนี้จะไปถึงคนบงการ และรถคันที่ 2 หรือไม่ อย่างไร
เกี่ยวกับคดีนี้ แม้แม่ทัพภาคที่ 4 จนถึงไปถึงระดับนายกฯ อนุทิน ออกมาขอโทษ โดยเฉพาะกับคำพูดอันไม่เหมาะสม
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ชาวบ้าน ผู้นำศาสนา กลุ่มโรงเรียนสอนศาสนาในพื้นที่ ต่างออกมาเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมทางศาสนา
โดยนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทผลักดันสันติภาพชายแดนภาคใต้ ได้สะท้อนต่อเรื่องนี้อย่างน่าคิด
นายรอมฎอนระบุว่า เป็นการสื่อสารของประชาชนที่ต้องการสื่อถึงผู้มีอำนาจ รัฐบาล และหน่วยงานราชการ สะท้อนถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย และความภาคภูมิใจในสถาบันการศึกษาศาสนา
สส.พรรคประชาชนร่วมเรียกร้อง ขอให้รัฐบาลกำชับเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา เพื่อกู้คืนความเชื่อมั่น เพราะแม้ปัจจุบันจะจับกุมผู้ก่อเหตุไปแล้วบางส่วน แต่คดียังไม่คลี่คลาย และยังมีการใส่ร้ายป้ายสีในโซเชี่ยลมีเดีย
นับเป็นมุมมองสำคัญหนึ่งต่อคดีนี้ โดยเฉพาะความรู้สึกของชาวบ้านในพื้นที่
จึงน่าสนใจต่อไปอีกว่า แม้มีการออกมาขอโทษแล้ว
แต่ทว่าในสถานการณ์จริงยังไม่จบง่ายๆ ต้องขึ้นอยู่กับการปฏิบัติด้วย
ข้าวตอกแตก