ศึกชิงผู้ว่าฯ กทม. แม้สนามแข่งยังไม่เปิดเต็มรูปแบบ แต่ตัวละครทยอยขึ้นเวทีกันแล้ว

แชมป์เก่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังไม่ประกาศลงสมัครเป็นทางการ แต่การเดินหน้าชูแนวคิด “Work Work Work กรุงเทพฯ ทำงาน” ก็แทบไม่ต้องแปลความอะไรให้ซับซ้อน

ผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา บวกภาพลักษณ์ “ผู้ว่าฯ นักทำงาน” ยังเป็นต้นทุนที่แข็งแกร่ง ที่สำคัญยังไม่มีสัญญาณว่าเรตติ้งจะตก

ฝั่งพรรคประชาชน ส่ง ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “ดร.โจ” ลงชิง ต่อยอดกระแสหลังพรรคกวาด สส.กทม. ยกกระดาน 33 เขต

ความได้เปรียบคือฐานเสียงที่ทรงพลัง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และชนชั้นกลางในเมือง

แต่โจทย์ใหญ่คือการเปลี่ยนคะแนนพรรค ให้เป็นคะแนนตัวบุคคล ซึ่งไม่ง่ายในสนามผู้ว่าฯ กทม. ที่คนเลือกจากภาพผู้นำนักทำงาน มากกว่านักอุดมการณ์ทางการเมือง

ขณะที่ประชาธิปัตย์ยังดึงเกมรอจังหวะ หวังอาศัยชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สร้างแรงกระเพื่อม

แต่ปัญหาคือ ต่อให้หาคนมาลงสนามได้ ก็ต้องเผชิญความจริงที่ว่าฐานเสียงในกรุงเทพฯ ไม่ได้เหนียวแน่นเหมือนในอดีต

การรีแบรนด์พรรคยังไม่สำเร็จ การจะกลับมาชนะในเกมใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

ขณะที่เพื่อไทยและภูมิใจไทยเลือกถอยทางยุทธศาสตร์ ไม่ส่งผู้สมัคร เพราะประเมินแล้วว่าตลาดกรุงเทพฯ ยังไม่ใช่พื้นที่ของตัวเอง

ต่อให้ทุ่มทรัพยากรลงไปก็อาจได้ไม่คุ้มเสีย สู้เก็บแรงไว้เล่นเกมระดับชาติจะดีกว่า

ภาพรวมจึงเริ่มชัด ศึกนี้ชัชชาติ ยังมีแต้มต่อในทุกมิติ ทั้งชื่อเสียง ผลงาน และการยอมรับในวงกว้าง

ส่วน ดร.โจ คือความท้าทายที่มองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะพรรคประชาชนพิสูจน์มาแล้วว่า สามารถครองใจคนกรุงได้จริง

บทสรุปวันนี้ หากไม่มีตัวแปรพิเศษ หรือความผิดพลาดร้ายแรง ชัชชาติ ยังเป็นตัวเต็งที่จะรักษาแชมป์ไว้ได้ ส่วน ดร.โจ คือคู่แข่งอันดับหนึ่งที่ต้องจับตา

ที่เหลือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ หรือผู้สมัครอิสระรายอื่น โอกาสอาจมี แต่ต้องยอมรับตรงๆ ว่า เป็นรองอยู่หลายช่วงตัว

ดังนั้น ถ้าหากไม่มีอะไรเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นช่วงโค้งสุดท้าย ผลลัพธ์เกมนี้ก็ไม่น่าจะพลิกง่ายๆ

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน