คดีซุกหุ้นของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่หลายฝ่ายคิดว่าจะจบ แต่แล้วเรื่องก็กลับมาร้อนอีกครั้ง
เมื่อฝ่ายค้านเดินเกมขนาบ กดดันป.ป.ช.ทบทวนคำวินิจฉัยใหม่ พร้อมเดินหน้าตรวจสอบป.ป.ช.ผ่านกลไกรัฐธรรมนูญ
ด้วยเหตุคำวินิจฉัย ป.ป.ช.ที่มีมติยกคำร้อง ฝ่ายค้านมองว่าสวนทางข้อเท็จจริง และมีช่องโหว่
พรรคประชาธิปัตย์ประกาศจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปโดยง่าย
เนื่องจากพบ “หลักฐานใหม่” เป็นหนังสือสั่งการของรัฐมนตรี ให้หน่วยงานต้องรายงานก่อนการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง
ซึ่งอาจเข้าข่ายแทรกแซงกระบวนการ โยงไปสู่ความขัดกันแห่งผลประโยชน์
น้ำหนักของหลักฐานนี้อยู่ตรงที่ ทำไม ป.ป.ช.จึงไม่หยิบยกมาพิจารณาตั้งแต่แรก หากทำตกหล่น ย่อมกระทบต่อความน่าเชื่อถือของป.ป.ช.โดยตรง
อีกด้าน พรรคประชาชนกำลังเร่งรวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภาให้ครบ 1 ใน 5 หรือ 140 คน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236
เพื่อยื่นประธานรัฐสภา ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา ตั้งคณะไต่สวนอิสระมาตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.
สองพรรคแข็งขัน เป้าหมายไม่ใช่แค่รื้อคดี แต่ยังเปิดแนวรบตรวจสอบองค์กรอิสระ ซึ่งปกติถูกวางให้เป็นผู้ตรวจสอบคนอื่น ไม่ใช่ถูกตรวจสอบเสียเอง
ในทางการเมือง ฝ่ายค้านกำลังยกระดับเกมด้วยการใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญเต็มรูปแบบ
ที่สำคัญคือการจับมือกันของสองพรรคใหญ่ฝ่ายค้าน และสว.สายอิสระ ทำให้โอกาสรวบรวมรายชื่อสมาชิก 140 คน ไม่ใช่เรื่องยาก
คำถามที่ตามมาคือ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าประธานรัฐสภา หรือป.ป.ช.มองเรื่องนี้อย่างไร
แม้ในอดีตหลายคดีที่ซับซ้อน เมื่อเวลาผ่านไปก็จะค่อยๆ หายไปจากความสนใจของสังคม
แต่รอบนี้อาจไม่ง่ายแบบนั้น เมื่อทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชนแสดงท่าทีชัดว่า “กัดไม่ปล่อย”
ท้ายที่สุด ไม่ว่า ป.ป.ช.จะยืนยันคำวินิจฉัยเดิมหรือไม่ ประธานรัฐสภาจะส่งต่อไปยังศาลฎีกาหรือเปล่า จะเป็นบททดสอบสำคัญ
แต่ถ้ามองจากแรงกดดันทางการเมืองในเวลานี้ โอกาสที่เรื่องจะค่อยๆ เงียบหายไป มีน้อยกว่าที่ใคร หลายคนเคยคาดไว้
เกมนี้น่าจะ “ยาว” ยังมีอีกหลายยกให้ติดตาม
มันฯ มือเสือ