น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับมติครม.รัฐบาลอนุทิน ที่มีมติเห็นชอบยืนยันร่างกฎหมายค้างท่อ 31 ฉบับ ต่อสภาชุดใหม่เพื่อให้เดินหน้าต่อไป

แต่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ 1 ในนั้นไม่มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่เป็นก้าวแรกของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ทำให้กระบวนการที่ผ่านในสภาต้องกลับไปนับ 1 ใหม่

ทั้งที่ประชามติ ที่ทำพร้อมการเลือกตั้ง 2569 มีเสียงกว่า 20 ล้านเสียงเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

และนายกฯ อนุทิน ที่มีสโลแกนพูดแล้วทำ ก็เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า ผลการทำประชามติเรื่องให้ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นเรื่องเร่งด่วน

แต่ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จำนวน 19 หน้า กลับไม่มีนโยบายแก้รัฐธรรมนูญอยู่เลย

ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า คำกล่าวอ้างที่ต้องเชื่อฟังคำสั่งของประชาชน เอาประชาชนเป็นหลังพิง เป็นเจ้านาย ที่นายอนุทินพูดอยู่เสมอนั้น

มีความจริงจังแค่ไหน แล้วที่พูดแล้วทำนั้น ทำอะไรกันแน่!??

แม้จะมีคำกล่าวอ้าง ชี้แจงว่างานสำคัญเร่งด่วน คือการแก้ปัญหาปากท้อง แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ได้เสียก่อน

ซึ่งเท่ากับว่ารัฐบาลเห็นว่าปัญหารัฐธรรมนูญมีความสำคัญน้อยกว่า

ซึ่งก็จะส่งผลให้เราต้องอยู่กับระบบกติกาเช่นนี้ต่อไป

เราจะมีองค์กรอิสระที่ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้ และสามารถวินิจฉัยเรื่องราวที่น่าฉงน หลากหลายกรณี

ตั้งแต่แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน จนกระทั่งเสนอแก้กฎหมายในสภา ก็มีความผิด

เรามีกรรมการป.ป.ช. ที่ถูกครหาว่ารับสินบนทองคำจากนายตำรวจใหญ่ แต่ก็ยังทำหน้าที่ต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เรามีระบบการเลือกตั้งที่พิสดาร สุดท้ายก็โปร่งใสบริสุทธิ์ โดยไม่มีใครทำอะไรได้

เรามีกฎจริยธรรมที่เคร่งครัดสำหรับบางคน และผ่อนปรนสำหรับบางกลุ่ม โดยประชาชนได้แต่ทำตาปริบๆ

นี่แหละคือสิ่งที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เลือกที่จะบอกว่ายังไม่สำคัญ

ประชาชนทุกคนก็ต้องจำเอาไว้ ว่ามันเป็นแบบนี้!!

รุก กลางกระดาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน